ผู้ว่าฯกาญจน์สั่งปิดสนง.ขนส่ง จ.กาญจนบุรีชั่วคราวหลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19

ผู้ว่าฯกาญจน์สั่งปิดสนง.ขนส่ง จ.กาญจนบุรีชั่วคราวหลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19

จังหวัดกาญจนบุรีมีประกาศจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ลงวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี ประกาศปิดสำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี เป็นการชั่วคราว ถือปฏิบัติโดยทั่วกัน ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 จนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากสำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)จำนวน 1 ราย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่จำหน่ายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ประจำสำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเพื่อจำหน่ายให้บริการแก่ประชาชนในการดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)และประกอบกับประกาศกรมการขนส่ง ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 เรื่อง การดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ การดำเนินการด้านทะเบียนรถและภาษีรถ และการดำเนินการอื่น เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 และ 35 (1)แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ 7 (1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563และข้อ 9 (ฉบับที่ 20) ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2564 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี จึงมีประกาศปิดสำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ยกเว้น การรับชำระภาษีรถประจำปีสามารถใช้บริการช่องพิเศษ Drive Thru For Taxโดยไม่ต้องลงจากรถ ตั้งแต่วันที่ 12 – 25 กรกฎาคม 2564ทั้งนี้เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ อาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ178240996295229631221

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก