ผู้นำฝ่ายค้านชำแหละงบฯ ปี 65 บริหารจัดการไม่มืออาชีพ

รัฐสภา 31  พ.ค.- ผู้นำฝ่ายค้าน ชำแหละร่างงบประมาณ 2565 ลั่นไม่อาจยอมรับให้ผ่านได้ ซัด 4 ประเด็น สะท้อนความอ่อนด้อย บริหารจัดการไม่มืออาชีพ

เวลา 11.30 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2565 ว่า เราจะฝ่าช่วงเวลาวิกฤตของประเทศ และพาประชาชนอยู่รอดได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณางบประมาณฉบับนี้ โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันเป็นภาวะวิกฤตด้านความมั่นคงทางสุขภาพที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์เศรษฐกิจ แรงงาน และสวัสดิการในภาวะฉุกเฉิน การจัดสรรงบประมาณเพื่อตอบสนองและจัดการปัญหาหลายมิติ จึงจำเป็นต้องมีความละเอียดอ่อน ครอบคลุม การกระจายทรัพยากรที่ทั่วถึงและเหมาะสม การจัดการและบริหารงบประมาณ ต้องอาศัยบุคคลที่เป็นผู้บริหารงบประมาณที่มีศักยภาพ สามารถเข้าใจปัญหา จัดการกับความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ปัญหา รวมถึงการป้องกันและรับมือวิกฤตนี้ได้อย่างชาญฉลาด

ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า แต่สิ่งที่เห็นเป็นข้อมูลประจักษ์ชัด กลับตรงกันข้าม เมื่อได้เห็นงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลนำเสนอเข้ามาให้ได้พิจารณา เหมือนท่านอยู่กันคนละโลกกับประชาชนเจ้าของประเทศ เพราะความเป็นจริงที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ คือยุทธศาสตร์การจัดการภาวะวิกฤต เป็นหลักประกันสำคัญในการกำหนดงบประมาณ เมื่อยุทธศาสตร์มีลักษณะแยกส่วน หน่วยงานแยกกันแบบต่างหน่วยต่างทำ และแย่งกันทำงานอย่างไม่ประสานกัน การจัดการงบประมาณยิ่งสะท้อนความล้มเหลวและความหละหลวมในการบริหาร วันนี้ พี่น้องประชาชนกำลังลำบากอย่างแสนสาหัส แต่รัฐบาลกลับวางแผนจัดงบประมาณปี 2565 ราวกับประเทศอยู่ในสถานการณ์ปกติดี

นายสมพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้ยินเสียงของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน หรือนายกฯ มีศักยภาพในการคิด และบริหารจัดการได้เต็มที่เท่านี้ หรือท่านไม่สนใจว่าประเทศจะเสียหายอย่างไร ประชาชนจะเดือดร้อนแค่ไหน ขอเพียงพวกท่านยังรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ของพวกพ้องได้ ก็เพียงพอแล้วใช่หรือไม่ ตนคิดว่ารัฐบาลกำลังจัดทำงบประมาณ ฉบับที่ อยู่บนโลกคนละใบกับประชาชน ไม่อยู่บนโลกของความเป็นจริง

“การแก้ปัญหาของรัฐบาลในห้วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งยืดยาด ล่าช้า ไม่เท่าทันกับปัญหาและสถานการณ์ จนกระทั่งเกิดการระบาดของโควิดในระลอก 2 และระลอก 3 ในปัจจุบันที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่ประชาชนได้รับรู้ตลอดช่วงการระบาดที่เกิดขึ้น และทำให้เศร้าใจอย่างยิ่ง คือประชาชนได้เห็น ความไม่พร้อมในทุกด้านของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมรับมือกับปัญหาการระบาดของโรคในระลอกใหม่ การวางแผนจัดเตรียมวัคซีน ถือว่ารัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดอย่างมากเท่าที่เคยมีมา ทั้งที่รับรู้กันทั่วทั้งโลกว่า ทางออกสำหรับวิกฤตโควิด-19 คือวัคซีน แต่ประชาชนไม่สามารถนำตนเองไปรับการฉีดวัคซีนได้” นายสมพงษ์ กล่าว

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การบริหารจัดการวัคซีนสะท้อนถึงการวางแผนงบประมาณที่ต้องคิดเตรียมการ การจัดสรรวงเงินรองรับ ทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนที่จำกัด ในขณะที่สถานการณ์การระบาดรุนแรงมากขึ้น สะท้อนถึงการไร้ศักยภาพในการบริหารจัดการของผู้นำที่ขาดวิสัยทัศน์ และไม่มีแผนการรับมืออย่างเป็นระบบ อีกทั้งไม่เคยมีแผนทางเลือกเชิงอนาคต อย่างที่ผู้บริหารทั่วไปเขาใช้ในการบริหารงานอันเป็นหลักการพื้นฐานทั่วไป นอกจากนี้ด้านการบริหารเศรษฐกิจประเทศยิ่งล้มเหลวไม่เป็นท่า เงินกู้ 1 ล้านล้านก้อนแรก ก็ไม่เกิดผลในการเยียวยา และไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด การนำงบฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ควรจัดสรรเพื่อเป็นส่วนฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ การจัดหางาน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน อันจะเป็นการลงทุนเพื่อวางฐานสร้างอนาคตของประเทศ กลับถูกนำมาเป็นงบเยียวยาแบบเหวี่ยง หว่าน ระดมแจกเงินแบบไม่มี ยุทธศาสตร์ ไม่อาจคาดหวังที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ทั้งหมดพิสูจน์มาพอแล้วว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มือไม่ถึง บริหารจัดการไม่ได้ มาถึงวันนี้ที่จะต้องมีการจัดงบประมาณก้อนใหม่ ซึ่งเป็นเสมือนน้ำมันลิตรสุดท้าย ที่จะขับเคลื่อนประเทศ แต่กลับกลายเป็นว่า งบประมาณที่ทำมานี้ เป็น น้ำมันผิดประเภท ไม่ตรงกับปัญหา และความต้องการของประเทศ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว สำหรับร่างงบประมาณ 2565 ที่รัฐบาลนำเสนอมาให้รัฐสภาพิจารณานั้น มีเรื่องที่ไม่อาจจะยอมรับให้ผ่านได้ใน 4 ประเด็น ดังนี้

1) เป็นร่างฯ แผนงบประมาณที่ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ไม่ตรงเป้า ไม่บรรเทาความเดือดร้อน ไม่ลดความรุนแรงของปัญหา วันนี้ยังจัดงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหมมากที่สุดใน “ระดับ TOP FIVE” และที่สำคัญเป็นวงเงินงบประมาณ ที่มากกว่าของกระทรวงสาธารณสุข ถึงเกือบ 5 หมื่นล้านบาท มาที่กระทรวงมหาดไทยในขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังไร้ที่อยู่อาศัย จำนวนคนตกงานมากเป็นประวัติการณ์ และคนจำนวนมากที่กำลังไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเช่าบ้าน ผ่อนบ้าน ชีวิตกำลังจะล่มสลาย แต่กระทรวงมหาดไทยขอตั้งของบประมาณเพื่อก่อสร้างบ้านพักหลังใหม่ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการในสังกัด รวมกว่าสองร้อยล้านบาท (217,173,500 บาท) ก่อสร้างและตกแต่งอาคารศูนย์ราชการ และศาลากลางจังหวัดกว่า 12 แห่ง รวมกว่าหกร้อยล้านบาท (614,054,200 บาท) ค่าก่อสร้างปรับปรุงที่ว่าการอำเภอต่าง ๆ ทั้งที่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน จำนวนหลายรายการ รวมอีกกว่าหนึ่งพันหกร้อยล้านบาท (1,624,126,800 บาท) กระทรวงมหาดไทยยังของบประมาณกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท (106,243,400 บาท) เพื่อจัดเช่ารถประจำตำแหน่งให้กับผู้บริหารกระทรวงระดับสูง ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากในหลายพื้นที่ ยังขาดแคลนรถพยาบาลรับ-ส่งในยามเจ็บป่วย ที่น่าแปลกใจคือในแผนงบประมาณปี 2565 กลับพบว่า งบกระทรวงสาธารณสุข ถูกปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ถึงกว่าสี่พันล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันวัคซีน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโควิด – 19 เช่น การคัดกรอง, การจัดหาชุดตรวจ และการบริหารจัดการวัคซีน ล้วนแต่ถูกตัดงบ

2) เป็นร่างฯ แผนงบประมาณที่ไม่คำนึงถึงปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชน ไม่แยแสทุกข์ของประชาชน ไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตาในสภาวะของประเทศ ที่ต้องการสวัสดิการเพื่อดูแลชีวิตของพี่น้องประชาชน แต่งบประมาณของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงแรงงาน กลับไม่ได้รับการสนับสนุนทางด้านงบประมาณอย่างเต็มที่

3) เป็นร่างฯแผนงบประมาณที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ขาดการคิดวางแผนงบประมาณในการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเตรียมตัวให้ประเทศออกจากวิกฤต เช่น การเตรียมจัดงบที่สนับสนุน การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล การดูแลและฟื้นฟูงบประมาณให้ส่งเสริมกลุ่มธุรกิจ SME รายย่อยที่ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่โควิดระลอกแรก แต่ในการจัดงบประมาณกลับไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร งบสนับสนุนกองทุนส่งเสริม SMEs ถูกหั่นเกือบ 40% บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ถูกหั่น 23% ธนาคาร SMEs ถูกหั่น 18% นอกจากนี้ การสนับสนุนการฟื้นฟูกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจภาคบริการต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่กระทบกระเทือน และล่มสลายลงเพราะภาวะการระบาดของโควิด ภาพที่ผมไม่อยากเห็นคือในวันที่ประเทศต่าง ๆ รอบตัวเรา ขยับขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปข้างหน้าภายหลังจากฟื้นโรคโควิด ในขณะที่ประเทศไทยเรายังอยู่ในสภาพอ่อนแอ ไม่พร้อมสำหรับการก้าวเดิน

4) เป็นร่างฯ แผนงบประมาณที่สะท้อนถึงความอ่อนด้อย ในด้านการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น ไม่ทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะก้าวพ้นวิกฤตในอนาคตได้ จัดงบประมาณ ปี 2565 แบบชนเพดานทุกมิติ กระดิกตัวไม่ได้อีกแล้ว กู้ชดเชยขาดดุลเพิ่มก็ไม่ได้อีกแล้ว เศรษฐกิจพัง ธุรกิจล่มสลาย เก็บภาษีได้น้อย ไม่รู้จักวิธีหาเงินเข้าประเทศ รู้จักแต่วิธีการกู้เพื่อนำมาใช้แบบไม่ก่อให้เกิดรายได้ นอกจากจะออก พ.ร.ก.กู้เงินจำนวนมากอยู่ร่ำไปอย่างไร้ยุทธศาสตร์ ในสภาวการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตอย่างรุนแรงเช่นนี้ ตนไม่อาจยอมรับให้ผ่านสภาแห่งนี้ได้

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก