วันนี้ (1 มค. 2569) ขแมร์ไทม์ส สื่อกัมพูชาประกาศยกย่องฮุน มาเน็ตให้เป็นบุคคลแห่งปี เป็นปีที่สองติดต่อกัน จากบทบาทความเป็นผู้นำที่โดดเด่นในช่วงปีที่ผ่าน ซึ่งรวมถึงการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนกับไทย การปฏิรูปข้าราชการ และการให้คำมั่นที่จะจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์หรือแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้กัมพุชาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงไปทั่วโลก
ขแมร์ไทม์สรายงานว่าในช่วง 2 ปี 4 เดือนหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเน็ต ได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในการนำพากัมพูชาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในยุคประวัติศาสตร์ใหม่ ซึ่งรวมถึงการเผชิญหน้าทางทหารกับไทย เรื่อยไปจนถึงการปฏิรูปภายในประเทศครั้งใหญ่และมีการดำเนินการทางการทูตบนเวทีระดับโลกในเชิงรุก โดยฮุนมาเน็ตได้นำพากัมพูชาผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นบททดสอบความอดทน ความมีวินัย และความเฉียบแหลมทางการเมืองของผู้นำกัมพูชา
ขแมร์ไทม์สชี้ต่อว่า การปะทะกันบริเวณชายแดนกับไทยที่ปะทุขึ้นรอบสองในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจ และว่าการปิดพรมแดนฝ่ายเดียวของไทยทำให้การค้าข้ามพรมแดนต้องหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดความจำเป็นเร่งด่วนในการจ้างงานภายในประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยากที่สุดของรัฐบาลฮุน มาเนด
แต่แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันเหล่านี้ ผู้นำกัมพุชาก็ยังมีความอดทนอดกลั้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งมีการใช้มาตรการทางการทูตวิ่งเข้าหาผู้นำโลกแบบทันท่วงที รวมทั้ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน, ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียและประธานอาเซียน

