CNA ไต้หวันและรอยเตอร์ส รายงานว่าระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางโทรทัศน์เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 2569 ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ได้ให้คำมั่นว่าจะปกป้องอธิปไตยของไต้หวันอย่างแน่วแน่ พร้อมยืนยันว่านี่เป็นจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอด ไล่ยังประกาศจะ “เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการทหาร, ความยืดหยุ่นในสังคม, สร้างขีดความสามารถในการปกป้องตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม รวมทั้งสร้างกลไกการปกป้องประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง”
คำกล่าวของไล่ชิงเต๋อมีขึ้นเพื่อตอบโต้การซ้อมรบด้วยกระสุนจริงจำลองการปิดล้อมไต้หวันของจีนเมื่อต้นสัปดาห์หรือปลายเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งไต้หวันประณามว่าเป็น “การยั่วยุอย่างยิ่ง” ทั้งนี้การซ้อมรบครั้งล่าสุดของจีนมีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐประกาศขายอาวุธล็อตใหญ่มูลค่า 1 หมื่น 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ (กว่า 3 แสน 4 หมื่นล้านบาท) ให้ไต้หวันเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และหลังจากที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่นประกาศจะปกป้องไต้หวันหากจีนใช้กำลังบังคับควบรวมไต้หวัน
ไล่กล่าวต่อว่าการสนับสนุนของนานาชาติต่อไต้หวัน “ไม่เคยสั่นคลอน” ซึ่งบ่งบอกว่า “ไต้หวันไม่ใช่แค่ไต้หวันอีกต่อไปแล้ว ไต้หวันไม่เพียงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ยังเป็นดินแดนที่มีความน่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบ สำหรับประชาคมโลก”
พร้อมกันนี้ ไล่ก็กล่าวเตือนว่าความล่าช้าของฝ่ายค้านในการผ่านงบประมาณประจำปีของรัฐบาล และร่างกฎหมายงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มเติมอีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์ อาจส่งผลกระทบต่อ “ความมุ่งมั่นของไต้หวัน” ในการปกป้องตนเอง
ไล่กล่าวว่าไต้หวันกำลังเผชิญกับความท้าทายทางทหารที่ร้ายแรงจากจีน จึงไม่สามารถรอได้ และไม่มีเวลาสำหรับความขัดแย้งกันเอง
การซ้อมรบครั้งล่าสุดของจีนเป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ครั้งที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2565 เมื่อครั้งการเดินทางเยือนไต้หวันของแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ

