เอาใจ “ธรรมนัส” เสี่ยงบานปลาย ทำรัฐบาลแตก!

กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตขึ้นจนได้ จากกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีคำสั่งที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแบ่งงานให้รัฐมนตรีแต่ละคนเข้าไปสร้างฐานเสียงเรียกคะแนนนิยมเตรียมการไปสู่การเลือกตั้ง ที่เห็นเด่นชัดและถูกหยิบไปเป็นประเด็นก็คือกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเดิมดูแลพื้นที่ จ.พะเยา เชียงราย และหนองบัวลำภู ถูกเปลี่ยนให้ไปดูแลพื้นที่ จ.สงขลา นครศรีธรรมราช ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ดูแลในความรับผิดชอบของนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หนำซ้ำยังได้ดูแลจ.ภูเก็ตเพิ่มอีกจังหวัด

นอกจากนี้ในคำสั่งดังกล่าวยังได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ไปคุมจ.พะเยา เชียงราย และหนองบัวลำภู นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ส.ส.เพชรบูรณ์พรรค พปชร. ยังได้รับผิดชอบพื้นที่เดิมคือ จ.เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และพิจิตร ส่วนนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ส.ส.นครราชสีมา ได้ดูแลพื้นที่จ.ขอนแก่นเพิ่มจากเดิมที่ดูแล จ.นครราชสีมา และจ.ชัยภูมิอยู่แล้ว ส่วนนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกในฐานะเลขาธิการ พปชร. ได้ดูแลพื้นที่จ.สมุทรปราการเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก ขณะที่รัฐมนตรีของ พปชร.คนอื่นๆก็ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดเดิมที่รับผิดชอบเดิมหรือเป็น ส.ส.อยู่

ด้าน 4 รัฐมนตรีใหม่ ประกอบด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ส.ส.สระแก้วก็ได้ดูแลพื้นที่ จ.สระแก้ว นครสวรรค์ พิษณุโลก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ส.ส.สิงห์บุรี ก็ได้ดูแลพื้นที่จ.สิงห์บุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี

ขณะที่รัฐมนตรีฝั่งพลังประชารัฐหยิบชิ้นปลามันได้พื้นที่ทำเลทองได้ขยับเพิ่มจังหวัดเพิ่มพื้นที่รับผิดชอบ ต่างกับรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นนายนิพนธ์ก็ไม่ได้ดูแลพื้นที่บ้านเกิดทั้งสงขลาและนครศรีธรรมราช นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส.ส.พิษณุโลก ซึ่งเคยได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ จ.พิษณุโลก กลับถูกตัดพิษณุโลกออกไป นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีใหม่ซึ่งเป็น ส.ส.สุราษฎร์ธานีก็กลับไม่ได้ดูแลพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี แต่กลับถูกส่งไปดูแลภาคอีสาน คือ จ.หนองบัวลำภู กับ จ.ร้อยเอ็ด คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช เดิมได้ดูแลจ.ราชบุรีก็ถูกตัดออกไป เป็นต้น

การแบ่งงงานแบบผิดฝาผิดตัวในคราวนี้ของพรรคพลังประชารัฐที่ให้พื้นที่เกรดเอ กับรัฐมนตรีกลุ่มร.อ.ธรรมนัส โดยเฉพาะกลุ่ม “ 4 ช ” คือ “ธรรมนัส-นฤมล-สันติ-อธิรัฐ” ต่างได้ดิบได้ดีกับการแบ่งงานรอบนี้กันเป็นทิวแถว ขณะที่รัฐมนตรีพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมถูกตัดถูกสลับพื้นที่ชนิดตกกระป๋อง เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างพรรคร่วมที่พรรคประชาธิปัตย์เดือดดาลเพราะมองว่าพรรคพลังประชารัฐ ผิดมารยาททางการเมืองข้ามหน้าข้ามตาพรรคร่วม งานนี้แกนนำพรรคจึงต้องพาเหรดออกมาส่งเสียงเตือนดังๆไปถึงนายกฯเพื่อให้แก้ไขเรื่องนี้โดยด่วนไม่งั้นบานปลายแน่ ทั้งจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาพูดตรงๆเลยว่าพรรคไม่พอใจกับคำสั่งดังกล่าว ถึงขนาดมีการเรียกประชุมรัฐมนตรีของพรรคเพื่อหารือเรื่องนี้กันทันที ก่อนมีมติมอบหมายให้นายจุติ และนายนิพนธ์ เป็นตัวแทนพรรคไปแจ้งความไม่พอใจครั้งนี้ให้นายกฯทราบตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนนายกฯจะแจ้งเรื่องนี้ให้ที่ประชุมครม.ทราบเมื่ออังคารที่ 20 เม.ย. และมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายเป็นคนไปแก้ไข ก่อนจะนำมาพิจารณากันในครม.วันพรุ่งนี้ 27 เม.ย. ด้านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกมากระตุกนายกฯเลยว่าเป็นการทำลายวัฒนธรรมการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล หากออกคำสั่งมาแบบนี้รัฐบาลนับถอยหลังได้เลย

ยังไม่ชัดว่าใครเป็น “ไอ้โม่ง” อยู่เบื้องหลังแบ่งงานพาลหาเรื่องในรอบนี้เป็นใคร แต่กลุ่มที่ได้ประโยชน์แบ่งงานคราวนี้ไปแบบเต็มๆก็คือกลุ่ม 4 ช ที่กำลังมีข่าวแย่งชิงอำนาจกันในพรรคพลังประชารัฐกับกลุ่มสามมิตร ยุค “ 4 ว” ที่มี “สมศักดิ์ สุริยะ อนุชา สุชาติ” เป็นแกนนำ ด้วยเหตุนี้จึงเดาได้ไม่ยากว่าใครอยากได้อำนาจเพิ่มใครอยากสยายปีกสร้างฐานทางการเมือง เพียงแต่รอบนี้มันผิดที่ผิดทางไปล้ำเส้นคนอื่นแบบน่าเกลียด มีอย่างที่ไหนรัฐมนตรีเจ้าของพื้นที่ไม่ดูแลรับผิดชอบบ้านเกิดตัวเองพิลึกทางการเมืองจริงๆ งานนี้ไม่รู้พล.อ.ประยุทธ์รู้เรื่องหรือไม่ว่ามีการไปทำเรื่องงุบงิบแบบนี้กัน พลอยทำให้เกิดการกินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล รอบก่อนตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีกรณีกลุ่ม “ดาวฤกษ์” ภายใต้การนำของ “ มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐกับพวกรวม 6 คน โหวตสวนมติพรรคโดยขอสงวนสิทธิ์ “งดออกเสียง” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จนกลายเป็นประเด็นร้อนและกลายเป็นปมคาใจระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคภูมิใจไทยเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดยังมาเกิดประเด็นแบ่งงานรัฐมนตรีขบเหลี่ยมกับพรรคประชาธิปัตย์อีก งานนี้ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่รีบสงบสยบรอยร้าวมีหวังยืดเยื้อบานปลายแน่ๆ เพราะเขี้ยวลากดินอย่างพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ยอมให้ใครมาลูบคมเรื่องแบ่งงานแบบนี้ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ลำพังแค่ปมบริหารสถานการณ์โควิดก็แทบรากเลือดเอาตัวแทบไม่รอดแล้ว อย่ามาเพิ่มปมปวดหัวเอาใจธรรมนัสน้องรักหักพรรคร่วมด้วยเรื่องนี้เลย บวกลบคูณหารแล้วไม่คุ้มเสี่ยงรัฐบาลเสียงแตกป่าวๆ

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก