logo

“ศุภชัย” ยันนโยบายรัฐเขียนชัด หนุนพัฒนากัญชาเพื่อการแพทย์ สร้างมูลค่าศก. ชี้ควรทำกม.ควบคุมดีกว่าขึ้นบัญชียาเสพติด

“ศุภชัย” แจง “ทวี สอดส่อง” ยืนยัน กัญชา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ มีอยู่จริง บรรจุไว้ ในนโยบายรัฐบาล ใช้ให้ถูกต้อง ออกกฎหมายมาควบคุม บังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัด เป็นแนวทางที่ดีที่สุด

“ศุภชัย” ยันนโยบายรัฐเขียนชัด หนุนพัฒนากัญชาเพื่อการแพทย์ สร้างมูลค่าศก. ชี้ควรทำกม.ควบคุมดีกว่าขึ้นบัญชียาเสพติด – Top News รายงาน

ศุภชัย

นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่เห็นด้วยในการใช้กัญชาในเชิงเศรษฐกิจ ว่า ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชากัญชง เรียนชี้แจงว่า นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันเขียนไว้ชัดเจนว่า “รัฐบาลจะดำเนินแนวทางนโยบายการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ และสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ” ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็ให้การรับรองเอาไว้ต่อรัฐสภา ดังนั้นการดำเนินการที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการออกกฎหมายมาควบคุมการใช้กัญชา อย่างถูกต้อง และได้มีการเสนอกฎหมายเพื่อควบคุมการใช้กัญชากัญชง ในสภาผู้แทนราษฎร

ข่าวที่น่าสนใจ

นายศุภชัย ยืนยันว่า การใช้กัญชา ในประเทศไทย มีการกำหนดเอาไว้ชัดเจนแล้วว่าการนำกัญชา กัญชง มาใช้ ปริมาณสารสกัดจะต้องมี THC ไม่เกิน 0.2 % ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสหประชาชาติ และหลายประเทศทั่วโลกดำเนินการตามนี้ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และประเทศกลุ่มยุโรป ก็มีการออกกฎหมายมาควบคุมการใช้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชา โดยที่อุตสาหกรรมกัญชาคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่านับหมื่น นับแสนล้านบาท

ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ระบุว่า การประกาศให้กัญชาทุกส่วน หรือ บางส่วน หรือเฉพาะสารสกัด เป็นยาเสพติด ต้องมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ จึงจะตอบประชาชนได้ว่า เหตุใดจึงมีการประกาศเปลี่ยนแปลงสถานะของกัญชา ให้กลับไปเป็นยาเสพติด เนื่องจากการประกาศให้กัญชาทุกส่วนที่ผลิตในประเทศพ้นจากการเป็นยาเสพติด และกำหนดให้สารสกัดที่มี THC มากกว่าร้อยละ 0.2 ของน้ำหนัก เป็นยาเสพติด เป็นการประกาศโดยมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ และเป็นมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ดังนั้นจึงต้องมีเหตุผลมารองรับหากจะมีมติเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับปัจจุบัน

กัญชาทางการแพทย์...ความคาดหวังของสังคม

“จึงต้องรอดูว่าการประกาศให้กัญชา เป็นยาเสพติด จะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ หรือไม่ อย่างไร ต่อไป โดยเฉพาะหากมีการประกาศให้กัญชา เป็นยาเสพติด จะเหมาะหรือไม่ ที่รัฐบาลจะใช้ยาเสพติด มาสร้างมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ การแก้กฎหมายต้องคำนึงถึงคนทั้งประเทศ การแก้ปัญหา คือ การออกกฎหมายมาควบคุม ไม่ใช่ การทำให้กัญชาเป็นยาเสพติด การปลดล็อคกัญชาที่ผ่านมา มีการออกประกาศควบคุมต่างๆ เช่น ปริมาณ THC ไม่ให้เกิน 0.2 % การห้ามจำหน่ายให้แก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนบริเวณใกล้เขตวัด เขตโรงเรียน สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร และการร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการใช้กัญชากัญชง พรรคภูมิใจไทย ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ขณะนี้ได้ยื่นร่างเข้าสู่สภาแล้ว จึงเป็นแนวทางที่น่าจะดำเนินการต่อไปให้สิ้นกระบวนการ”นายศุภชัย กล่าว

นโยบายรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สุดล้ำ จีนผลิต "กล้องแคปซูลอัจฉริยะ" ส่องทางเดินอาหาร เครื่องแรกของโลก ได้รับการอนุมัติให้ใช้ทางคลินิกแล้ว
"ปานเทพ" ชี้ชัดกม.กัญชาใหม่ กีดกันแพทย์แผนไทย คาใจล็อกสเปกเอื้อรพ.เอกชนหรือไม่
เชิญชวนเกษตรกร ร่วมโครงการ คัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 67
"สุริยะ" นำรฟม.เซ็นสัญญารถไฟฟ้าสีส้ม มั่นใจเปิดไม่เกินปี 71
ชัดเจน ลังปลา เผยเคยมีคนเสนอขาย "ปลาหมอคางดำ"
รอง ผบช.ภ.2 นำทีมไขคดี จีนปล้นจีน พาเหยื่อจำลองเหตุการณื นาทีปืนจี้ - มัดมือมัดเท้า รีดเงิน 10 ล้าน
เทศบาลตำบลเกล็ดแก้วสืบสานประเพณีอันดีงาม จัดขบวนแห่ถวายเทียนพรรษา
จีนอนุมัติแคปซูลส่องทางเดินอาหารเครื่องแรกของโลก
CEO ซีพี- ศุภชัย เจียรวนนท์ ผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัล สนทนากับเยาวชนผู้นำแห่งอนาคต DCT Future Leaders
ปลัดกทม.เด้ง “ผอ.กองกีฬา” เซ่นปมสารพัดโครงการฉาว ส่อทุจริต

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น