ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการประชุมกลุ่มรัฐสภาว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พี่น้องของเราในฉนวนกาซา ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีที่ถือได้ว่าเป็นการทรยศหักหลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มัสยิดของพวกเขาถูกระเบิด, โรงเรียนของพวกเขาพังทลายลงจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง, ค่ายผู้ลี้ภัยตกเป็นเป้าหมายอย่างจงใจ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กระทำความผิดในฉนวนกาซา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความโหดร้ายที่เลวร้ายที่สุดของศตวรรษ ชื่อของเขาได้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์แล้ว ในฐานะของ นักเชือดแห่งฉนวนกาซา
แอร์โดอันระบุต่อว่า คำแถลงจากทีมบริหารของเนทันยาฮู บั่นทอนความหวังของเราที่ว่า การหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม จะนำไปสู่การหยุดยิงถาวร เนทันยาฮูกำลังจุดชนวนการต่อต้านชาวยิว ด้วยการฆาตกรรมของเขาในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาวอิสราเอลและชาวยิวทุกคน นอกจากนี้ ตุรกีจะไม่ลืมความไม่แยแสของประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ด้วย ตุรกีจะใช้ความพยายามทั้งหมด ในการทำให้รัฐบาลอิสราเอลต้องรับผิดชอบ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และความรับผิดชอบทางศีลธรรม
ขณะเดียวกัน ทางด้านของเนทันยาฮู ก็ได้มีการออกมาย้ำถึงเจตจำนงของตัวเองอีกครั้งว่า ตั้งแต่เริ่มสงคราม ตนตั้งเป้าหมายไว้ 3 ประการ คือ กำจัดกลุ่มฮามาส, ส่งตัวประกันทั้งหมดของเรากลับคืนมา, และรับรองว่า ฉนวนกาซาจะไม่กลับไปเป็นภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอลอีก ซึ่งเป้าหมายทั้ง 3 นี้ยังคงอยู่ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก กับการกลับมาของตัวประกันหลายสิบคน ทั้งๆที่ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า สิ่งนี้ดูเหมือนเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น แต่เราก็ทำได้จนสำเร็จ
เนทันยาฮูย้ำต่อว่า ไม่กี่วันมานี้ ตนได้ยินคำถามว่า หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการส่งตัวประกันของเรากลับมาแล้ว อิสราเอลจะกลับไปสู้รบอีกหรือไม่ คำตอบของตนคือ ใช่อย่างชัดเจน ไม่มีสถานการณ์ใดที่เราจะไม่กลับไปสู้รบอีก เราจะสู้รบให้ถึงที่สุด นี่คือนโยบายของตน รัฐบาลทั้งหมดอยู่ข้างหลัง ทหารอยู่ข้างหลัง ประชาชนอยู่ข้างหลัง นี่คือสิ่งที่เราจะทำต่อไป