“จัสติน บีเบอร์” ใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก รัมเซย์ฮันท์ ซินโดรม

จัสติน บีเบอร์

กดติดตาม TOP NEWS

"จัสติน บีเบอร์" ทำแฟนคลับช็อก หลังป่วยใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก จากโรครัมเซย์ฮันท์ ซินโดรม (Ramsay Hunt Syndrome) จนต้องยกเลิกกำหนดการทัวร์คอนเสิร์ต

“จัสติน บีเบอร์” จั สติ น บี เบอร์ ป่วย ข่าว จั สติ น บี เบอร์ ทำเอาเหล่าแฟนคลับเกิดอาการช็อกอยู่ไม่น้อย เมื่อทางด้านนักร้องระดับโลกอย่าง จัสติน บีเบอร์ ได้ออกมาโพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมเล่าถึงอาการป่วยของตนเองที่ทำให้กำหนดการทัวร์คอนเสิร์ตเดิมถูกยกเลิกกะทันหัน เหตุเพราะเจ้าตัวนั้นกำลังป่วยด้วยอาการใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก จากโรครัมเซย์ฮันท์ ซินโดรม โรคนี้เป็นอย่างไร ดูได้ที่นี่ TOP News

 

 

 

สืบเนื่องจากกรณีที่ จัสติน ได้ยกเลิกกำหนดการทัวร์คอนเสิร์ตอย่างกะทันหัน ทำให้เหล่าแฟนเพลงบางคนไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนที่ต่อมา จัสติน ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอผ่านทางอินสตาแกรมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเช้ามืดของวันที่ 11 มิถุนายนตามเวลาประเทศไทย บอกเล่าถึงอาการป่วยของตนเองที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ที่ส่งผลให้เขามีอาการใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก นั่นเอง

 

 

จัสติน บีเบอร์

 

 

โดยใจความสำคัญ จัสติน ได้เผยว่า ‘ก็อย่างที่คุณเห็นได้จากใบหน้าของผม ผมเป็นโรคที่เรียกว่า แรมเซย์ฮันท์ ผมกะพริบตาข้างหนึ่งไม่ได้ ผมยิ้มข้างหนึ่งของใบหน้าไม่ได้ จมูกข้างหนึ่งก็ขยับไม่ได้ โดยตอนนี้ผมอัมพาตครึ่งหน้า สำหรับใครที่ไม่พอใจกับการที่ผมต้องเลื่อนคอนเสิร์ตรอบต่อ ๆ ไป ก็โปรดเข้าใจว่าผมไม่สามารถแสดงได้จริง ๆ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรงเหมือนที่คุณเห็น’ นั่นเอง

 

 

จัสติน บีเบอร์

 

 

 

ซึ่ง โรครัมเซย์ฮันท์ ซินโดรม นั้นทางด้านเว็บไซต์ pobpad.com ได้เผยข้อมูลไว้ว่า เป็นภาวะแทรกซ้อนของงูสวัด ภาวะแทรกซ้อนของงูสวัดมักเกิดขึ้นได้เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในช่วงที่มีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตหากได้รับการรักษาที่ล่าช้า การเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของงูสวัดพบได้น้อยมาก แต่ก็มีการพบว่าผู้ป่วยที่เป็นทุก 1 ใน 1,000 รายที่อายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไปมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรง

 

 

จัสติน บีเบอร์

 

 

และภาวะแทรกซ้อนที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยโรคงูสวัด หนึ่งในนั้นก็ได้แก่ โรครัมเซย์ฮันท์ ซินโดรม (Ramsay Hunt Syndrome) นั่นเอง โดยโรคนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนจากงูสวัดโดยตรง เกิดจากการที่เชื้อไวรัสเข้าไปจู่โจมเส้นประสาทสมอง ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปวดหู การได้ยินลดลง เวียนหัว บ้านหมุน ได้ยินเสียงหึ่ง ๆ เกิดตุ่มน้ำภายในหู เสียการรับรู้รสชาติอาหาร ใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งเบี้ยว ซึ่งจะต้องรักษาด้วยยาต้านไวรัส และต้องรีบรักษาภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการเพราะการรักษาตั้งแต่แรก ๆ จะทำให้ได้รับผลการรักษาที่ดีกว่า หากช้ากว่านี้อาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

 

 

จัสติน บีเบอร์

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : justinbieber , www.pobpad.com 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก