“ฝีดาษลิง” ทำพิษ รวม 7 โรคติดเชื้อจากสัตว์ ที่พบได้บ่อย

ฝีดาษลิง โรคติดเชื้อจากสัตว์

กดติดตาม TOP NEWS

"ฝีดาษลิง" ฝีดาษวานร โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ทำพิษจนหลายประเทศเฝ้าระวัง งานนี้จึงเปิด 7 โรคติดเชื้อจากสัตว์ที่พบได้บ่อย รู้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

“ฝีดาษลิง” ฝีดาษวานร เป็นอีกหนึ่งโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่ตอนนี้หลายประเทศเริ่มเฝ้าระวังกันแล้ว เมื่อประเด็นโรคภัยไข้เจ็บจากสัตว์สู่คนนี้กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมากอีกครั้ง จึงขอเปิด 7 โรคติดเชื้อจากสัตว์ที่สามารถพบได้บ่อย จะมีโรคไหนบ้าง อาการเป็นอย่างไร ดูได้เลยที่นี่ TOP News รู้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

 

 

 

“ฝีดาษลิง” ฝีดาษวานร เป็นโรคสัตว์สู่คนที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus มักมีรายงานผู้ป่วยในประเทศแถบแอฟริกาตอนกลางและตะวันตก แม้ตอนนี้ในประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด แต่หลายคนก็ต่างเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับโรคจากสัตว์สู่คนเป็นอย่างมากอีกครั้ง ซึ่งงานนี้ทางด้าน มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็เคยออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับ โรคติดเชื้อที่พบบ่อยจากสัตว์เลี้ยง ไว้แล้วเช่นกัน

 

 

โดยโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน หมายถึง โรคที่เกิดจากการติดเชื้อและสามารถติดต่อระหว่างคนและสัตว์ ซึ่งการติดต่ออาจติดต่อจากสัตว์มายังคน หรือจากคนไปยังสัตว์ก็ได้ แต่การติดต่อนั้นต้องเป็นไปโดยธรรมชาติ ส่วนโรคติดต่อ หมายถึง โรคที่สามารถถ่ายทอดไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ผ่านการสัมผัส การหายใจ การกินอาหาร และช่องทางอื่น ๆ ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว นั่นเอง

 

 

ฝีดาษลิง โรคติดเชื้อจากสัตว์

 

 

 

โดย โรคติดเชื้อที่พบบ่อยจากสัตว์เลี้ยง ได้แก่

  • โรคท้องเสียจากเชื้อแบคทีเรีย

มีเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดสามารถติดต่อจากสุนัข หรือแมวมายังคนได้ที่พบบ่อยเช่น เชื้อ campylobacter เชื้อ salmonella การติดเชื้อเกิดจากการที่คนไปสัมผัสกับมูลของสัตว์แล้วไม่ได้ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบอาหารเข้าปาก อาการที่พบคืออาจมีไข้ปวดท้อง ถ่ายเหลว รวมถึง อาจถ่ายเป็นมูกเลือดได้ในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันปกติมักจะหายเองได้การรักษาเป็นเพียงการรักษาแบบประคับประคองให้น้ำ และเกลือแร่ให้เพียงพอ ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือในเด็กเล็ก อาจมีอาการรุนแรงได้ เช่นมีการติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วไปมีการติดเชื้อตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น เชื้อ salmonella อาจทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือการติด เชื้อในข้อ หรือในกระดูก

 

  • โรคพิษสุนัขบ้า

โรคนี้นับเป็นโรคที่ร้ายแรงมาก เพราะถ้าคนเป็นมีโอกาสเสียชีวิตเกือบ 100% โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส rabies คนสามารถติดเชื้อโดยถูกสัตว์กัด หรือถูกสัตว์เลียที่บริเวณเยื่อเมือกหรือบริเวณแผลเปิด โดยเชื้อไวรัสนี้พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ซึ่งหมายความว่า พบได้ในสุนัขแมว หนูค้างคาว ฯลฯ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะมีอาการกลืนไม่ได้ มีน้ำลายไหลมาก กลัวแสง กระสับกระส่าย มีพฤติกรรมก้าวร้าว แล้วซึมลงในที่สุด การป้องกันโรคนี้ทำได้โด

1. พาสัตว์เลี้ยงที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำ

2. หากถูกสัตว์กัด ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำสบู่อย่างน้อย 15 นาที แล้วรีบฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงรับอิมมูนโกลบูลิน

3. ถ้าสังเกตอาการของสุนัข หรือแมวที่กัดได้ ควรสังเกตอย่างน้อย 10 วัน ถ้าภายใน 10 วัน สัตว์เสียชีวิต ควรติดต่อทางสถานเสาวภา เพื่อนำสัตว์ไปตรวจว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่

 

 

 

ฝีดาษลิง โรคติดเชื้อจากสัตว์

 

 

 

  • การติดเชื้อพยาธิของสัตว์

เชื้อพยาธิของสุนัขหรือแมวอาจมาติดคนได้โดยไข่ของพยาธิปนเปื้อนมากับมูลของสัตว์เหล่านี้ แล้วคนติดโดยการกินไข่ของพยาธิเข้าไป อาการที่พบคือตัว พยาธิจะไชไปตามที่ต่าง ๆ เช่นที่ผิวหนังก็จะทำให้เกิด อาการคัน อาจไปที่ทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการ ไอ หอบเป็นต้น ถ้าไปที่ตา ก็จะทำให้การมองเห็นผิดปกติได้

 

  • การติดเชื้อราของสัตว์

เชื้อราของสัตว์ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังและขน ซึ่งติดมายังคนได้ถ้าไปสัมผัสกับผิวหนังของสัตว์ที่ติดเชื้อทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังที่เรียกว่าโรคกลาก ลักษณะเป็นวงแดง ๆ และคัน เชื้อรานี้อาจพบได้ในผิวของสุนัข แมว หรือกระต่าย

 

  • โรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis)

โรคนี้เกิดจากเชื้อปรสิตชื่อว่า Toxoplasma โดยปกติจะพบเชื้อนี้ในอุจจาระของแมว คนติดเชื้อนี้จากแมวโดยไปสัมผัสมูลของแมวแล้วไม่ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบอาหารเข้าปาก หรือเชื้อจากมูลของแมวไปปนเปื้อนในดินและในผักที่รับประทาน ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการไข้ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตแล้วหายเอง ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกัน ต่ำ อาจทำให้มีอาการปอดอักเสบ ที่สำคัญคือมีการติดเชื้อในสมองทำให้มีอาการอ่อนแรงของแขนขาได้

 

ในหญิงตั้งครรภ์ถ้าติดเชื้อนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ จะทำให้ทารกในครรภ์ติดเชื้อนี้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ ซึ่งอาจแท้งได้ ทารกที่เกิดมาอาจมีความพิการแต่กำเนิด เช่น มีการอักเสบของจอประสาทตา มีศีรษะเล็ก มีอาการชัก มีตับ ม้ามโต เป็นต้น ทารกบางคนที่ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการตอนแรกเกิด แต่มามีอาการในวัยเด็ก เช่น มีอาการชัก พัฒนาการช้า ตาบอด เป็นต้น ดังนั้นจึงมีการแนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรไปสัมผัสมูลของแมว

 

  • โรคซิตาโคซิส (Psittacosis)

เป็นโรคที่ติดจากนกที่เลี้ยง เช่น นกแก้ว นกพาราคีท โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มที่เรียกว่า คลามัยเดีย (Chlamydia psittaci) เชื้ออาจพบในมูลของนก ตามขนของนก แล้วคนหายใจเอาเชื้อนี้เข้าไป อาการของโรคจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ไอแห้ง ๆ เจ็บหน้าอก มีอาการของปอดอักเสบ เป็นต้น

 

  • โรคฉี่หนู (Leptospirosis)

โรคนี้ตามชื่อเกิดจากการสัมผัสปัสสาวะของหนู เช่น ไปย่ำน้ำที่มีการปนเปื้อนของปัสสาวะหนู แต่พบว่าสามารถพบในปัสสาวะสุนัขได้เช่นกัน เชื้อนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเลปโตสไปรา (leptospira) อาการที่เกิดคือมีไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง ในรายที่อาการรุนแรงอาจมีภาวะไตวาย ตับอักเสบ และไอเป็นเลือดได้

 

 

 

ฝีดาษลิง โรคติดเชื้อจากสัตว์

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก