อิรวดีและ AFP รายงานในวันนี้ (จันทร์ที่ 28 กย.) โดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยในท้องถิ่นเปิดเผยว่าภูมิภาคตะนาวศรี ซึ่งอยู่ใต้สุดของเมียนมาตรงข้ามจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรีของไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ซึงเป็นผลมาจากหย่อมความกดอากาศเดียวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจนทำให้เกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน
โดยล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครในท้องถิ่นได้พบและกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้วอย่างน้อย 13 รายเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และยังมีผู้สูญหายอีกราว 20-30 ราย ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นบางส่วนเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มารวมตัวอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะเกิดเหตุดินถล่มลงมาทับหมู่บ้าน ทำให้วัดและบ้านเรือนราว 18 หลังจมอยู่ใต้โคลน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
กลุ่มอาสาสมัครหน่วยแพทย์ฉุกเฉินที่เข้าไปช่วยเหลือเผยว่าชาวบ้านไม่เพียงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังต้องประสบปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์การช่วยเหลือ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังมีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติเนื่องจากขณะนี้ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง หมู่บ้านหลายแห่งถนนถูกตัดขาด ต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น เมื่อเข้าไปถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบว่าชาวบ้านจำนวนหลายร้อยคนที่บ้านเรือนเสียหายจากน้ำท่วมได้มารวมตัวหลบภัยกันที่วัด หัวหน้ากลุ่มอาสายังเปิดเผยกับ AFP ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าจัดการพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทั่วถึง
ข้อมูลจากเยอรมันวอทช์ (Germanwatch) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ระบุว่า เมียนมาจัดอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ก็ยังได้รับผลกระทบจากการตัดลดงบประมาณความช่วยเหลือครั้งใหญ่ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจลดงบประมาณด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ ลงครั้งใหญ่

