เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ผศ.ดร.เสถียร ฉันทะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) ได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายจากงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะโดยชุมชน กรณีศึกษาผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ด้วยกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment)” ภายหลังการตรวจพบสารหนูสะสมในเล็บและเส้นผมของกลุ่มตัวอย่างประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำกก

ผศ.ดร.เสถียร กล่าวว่า ข้อเสนอด้านสุขภาพเสนอให้รัฐ โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงทางสุขภาพจากสารหนู รวมทั้งจัดทำแผนที่ความเสี่ยงทางสุขภาพของชุมชน โดยนำข้อมูลของกลุ่มเสี่ยงที่ตรวจพบสารหนูในร่างกายมาใช้วางแผนลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ
นอกจากนี้ควรจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง พร้อมพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม และส่งเสริมศักยภาพให้ชุมชนสามารถจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพด้วยตนเอง ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นักวิจัยยังเสนอให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขจัดทำเกณฑ์มาตรฐานค่าสารหนูสะสมในร่างกายเพื่อใช้เป็นแนวทางเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน รวมทั้งประกาศให้โรคพิษสารหนูเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง โดยใช้หลักระบาดวิทยาในการสอบสวน ติดตาม และเฝ้าระวังโรคอย่างเป็นระบบ

สำหรับมาตรการดูแลประชาชนที่ตรวจพบสารหนูในร่างกาย เสนอให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจคัดกรองซ้ำ ตรวจยืนยันผล และจัดระบบส่งต่อผู้ที่สัมผัสสารหนูเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาล พร้อมจัดตั้งระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรคพิษสารหนูในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ด้านข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสังคมและเศรษฐกิจ คณะวิจัยเสนอให้รัฐและสถาบันการศึกษาที่เข้าไปศึกษาปัญหาในพื้นที่ เปิดเผยข้อมูลและผลการศึกษาต่อประชาชนและสาธารณชนอย่างโปร่งใส พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัย
นอกจากนี้รัฐควรมีมาตรการรองรับและเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำ โดยเฉพาะภาคการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว รวมถึงกำหนดมาตรการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจวัดระดับสารหนูในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนข้อเสนอด้านสิ่งแวดล้อม คณะวิจัยเสนอให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนในแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค โดยสนับสนุนการจัดหาน้ำสะอาดและพัฒนาระบบประปาชุมชนให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งเร่งหาสาเหตุของการปนเปื้อนในแม่น้ำกก จัดทำระบบเฝ้าระวังและควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด พร้อมผลักดันให้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ
ทั้งนี้ ยังเสนอให้รัฐพิจารณาประกาศพื้นที่เสี่ยงเป็นเขตภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ
ผศ.ดร.เสถียร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสะท้อนข้อมูลของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ พบว่านอกจากการปนเปื้อนจากแม่น้ำแล้ว ยังมีความกังวลเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดมลพิษภายในพื้นที่ เช่น การใช้สารเคมีทางการเกษตร การจัดการขยะอันตราย และของเสียมีพิษในชุมชน ซึ่งรัฐควรสนับสนุนมาตรการควบคุมและจัดการมลพิษเหล่านี้ควบคู่กันไป เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน.


