“ปลาจรจัด” จตุจักร ประจานความมักง่าย สู่ภาระสังคมที่ตามเช็ดไม่รู้จบ!

"ปลาจรจัด" จตุจักร ประจานความมักง่าย สู่ภาระสังคมที่ตามเช็ดไม่รู้จบ!

เป็นภาพที่น่าตื่นใจกับคลิปช้อนปลาสวยงามในท่อน้ำสกปรกบน TikTok เพราะสีสันสวยงามของ “ปลาจรจัด” เหล่านั้น ไม่ใช่เรื่องน่ารักน่าลุ้น แต่เป็นรอยแผลของระบบนิเวศไทย มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แฉพฤติกรรมสุดมักง่ายของขบวนการค้าปลาที่แอบ “เททิ้ง” ลงระบบระบายน้ำมานานหลายสิบปี ก่อนที่จะกลายเป็นกระแสไวรัลในวันนี้เสียด้วยซ้ำ!

ภาพกลุ่มวัยรุ่นยืนรุมล้อมข้างฝาท่อน้ำครำรอบตลาดปลาจตุจักร ในมือถือสวิงคอยตักช้อนปลากัด ปลาหางนกยูง หรือปลาสอดสีสันสดใสขึ้นมาใส่ถัง อาจเป็นคอนเทนต์ที่เรียกยอดไลก์และความเวทนาจากผู้คนบนโลกโซเชียล

ความจริงที่คนในวงการรู้ดี แต่ไม่มีใครพูด คือ พฤติกรรมการเทปลาทิ้งลงท่อระบายน้ำแบบนี้มีมานานหลายทศวรรษแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามีตอนโลกโซเชียลบูม

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

แท้จริงพฤติกรรมนี้ มีตั้งแต่ยุคที่การค้าปลาสวยงามยังไม่มีระบบระเบียบ ร้านค้าและฟาร์มเพาะพันธุ์บางแห่งใช้ท่อน้ำสาธารณะเป็น “ถังขยะ” ส่วนตัว เมื่อคัดปลาเกรดต่ำที่โตช้า ทรงไม่สวย สายพันธุ์ผสมที่ไม่ได้ราคา…ก็โยนทิ้งท่อ หรือแม้กระทั่งเมื่อขายไม่ออกจนแบกรับต้นทุนค่าอาหารไม่ไหว การเทพวกมันทิ้งลงท่อระบายน้ำ “คือวิธีตัดภาระที่ง่ายและไร้ต้นทุนที่สุด”

 

 

…แต่ความมักง่ายเห็นแก่ตัวในวันนั้น กลับกลายมาเป็น “ภาระส่วนรวม”ของสังคมในวันนี้ จากท่อน้ำทิ้งกลางตลาดปลา ไหลเชื่อมตรงสู่คูคลองสาธารณะ ถ้าเป็นเพียงแค่ปลากระดี่ ปลาคราฟ ปลาสอด ปลากัด หรือปลาหางนกยูง ก็คงไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเป็นสัตว์เอเลี่ยนสปีชีส์ขึ้นมา…จะเกิดอะไรขึ้น ?

เราจึงได้เห็นภาพ ปลาซัคเกอร์ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาช่อนอเมซอน ปลาอริเกเตอร์ ปลาดุกรัสเซีย ปลาหมอมายัน หรือมหากาพย์ ปลาหมอคางดำ ปรากฏตัวให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ในโลกออนไลน์ สัตว์น้ำต่างถิ่นเหล่านี้ ไม่ได้เพิ่งวาร์ปมาจากต่างประเทศเมื่อวานนี้ แต่พวกมันหลุดรอด ขยายพันธุ์ และแย่งที่อยู่ของสัตว์น้ำท้องถิ่นไทยจนแทบสูญพันธุ์มานานแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ด้านนายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ตามกฎหมายแล้ว การลักลอบเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์เอเลี่ยนสปีชีส์ โดยเฉพาะปลาถือเป็นความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าหากมีการลักลอบขาย โทษก็จะยิ่งหนักขึ้น จึงอยากฝากเตือนไปยังประชาชนพ่อค้าแม่ค้าที่แอบนำปลาเอสปีชีส์มาขาย ถ้าขายไม่ได้ ก็แนะนำให้กำจัด เช่นการฝังกลบ แทนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหรือตามท่อระบายน้ำ เพราะจะทำให้ระบบนิเวศสัตว์น้ำท้องถิ่นของประเทศไทยได้รับผลกระทบ จนอาจทำให้ปลาท้องถิ่นของประเทศไทยสูญพันธุ์ ”

 

ทั้งที่มีกฎหมายเด็ดขาดอยู่ในมือ ตาม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 (มาตรา 64 และ 65) ที่ระบุชัดเจนว่า การครอบครอง เพาะเลี้ยง หรือนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท และหากริอาจนำไปปล่อยในแหล่งน้ำสาธารณะ โทษจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ!

แต่คำถามคือ ที่ผ่านมามีการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจังแค่ไหน? หรือต้องรอให้ปลาล้นท่อจนกลายเป็นข่าวดังใน TikTok ถึงจะขยับตัวกันทีหนึ่ง? เราควรจะจัดการอย่างไรกับปัญหานี้? จะปล่อยให้พฤติกรรมทำลายระบบนิเวศนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ หรือไม่

หรือภาครัฐต้องลุกขึ้นมา “ผ่าตัด” จัดระเบียบตลาดปลาสวยงามและฟาร์มเพาะพันธุ์ทั่วประเทศอย่างเด็ดขาดเสียที ก่อนที่แม่น้ำไทยจะไม่มีปลาไทยเหลืออยู่เลยสักตัว?

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

พิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระกุศล ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์
แพร่-ฝนถล่มหนักอำเภอร้องกวาง น้ำหลากกระทบ 2 ตำบล บ้านเรือน–พื้นที่เกษตรเสียหาย สถานการณ์คลี่คลาย เร่งสำรวจช่วยเหลือ
นายอำเภอนาน้อย ติดตามน้ำป่า-ดินสไลด์ ตรวจพื้นที่เสี่ยง สั่งสแตนบาย 24 ชม.
รวบไทย-เมียนมา 4 ราย ยึดเงินสด 3 ล้าน ซุกรถกระบะข้ามแดนแม่ฮ่องสอน
น่านส่งมอบ “เจ็ทสกี” ให้ อบจ. เสริมศักยภาพช่วยเหลือประชาชน รับมืออุทกภัยและสถานการณ์ฉุกเฉิน
เปิดโลกกว้าง! หนูน้อยอนุบาล 3 แม่ฮ่องสอน ลุยทัศนศึกษาค่ายเทพสิงห์

ดู LIVE รายการ