รัฐบาลเฉพาะกิจ  “เพื่อไทย” พลิกขั้วหนุนพลังประชารัฐผนึกกำลังรัฐบาล  ผ่าทางตันการเมือง ลุยสงครามโควิด-19

รัฐบาลเฉพาะกิจ “เพื่อไทย” พลิกขั้วหนุนพลังประชารัฐผนึกกำลังรัฐบาล ผ่าทางตันการเมือง ลุยสงครามโควิด-19

ในทางการเมืองความแน่นอนคือความไม่แน่นอน และคำพูดประโยคที่ว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรนั้นย่อมใช้ได้อยู่เสมอ ล่าสุดก็เป็นกรณีของพรรคเพื่อไทยที่ถูกจับตามองว่าเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป โดยเฉพาะล่าสุดที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2565 ไฟเขียวยกมือเห็นด้วย กับการปรับลดงบประมาณของกระทรวงต่างๆลงไปกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทไปไว้ในงบกลางเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เอาไปสู้กับสงครามโควิด-19 สุดท้ายเรื่องนี้ก็กลายมาเป็นประเด็น ให้มีการหยิบยกไปต่อจิ๊กซอว์วิเคราะห์กันว่าพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนท่าทีเพราะมีการคิดการใหญ่

เป็นการคิดการใหญ่ที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวมีการพูดคุยระดับแกนนำพรรคเพื่อไทยกับทางคนในรัฐบาลไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของดีลย้ายขั้วสลับข้างเปลี่ยนฝั่งจากฝ่ายค้านมาอยู่กับรัฐบาล ใช่ว่าเรื่องนี้จะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าสิ่้วหน้าขวานที่พล.อ.ประยุทธ์กำลังรวนขนาดหนักรัฐบาลขาลงอย่างแรง ในทางการเมืองก็ถูกกลุ่มสามกีบ กลุ่มล้มเจ้า กลุ่มนักศึกษานักเรียน กลุ่มอื่นๆจิปาถะ ออกมาเคลื่อนไหวรุกไล่เร่งเร้าอย่างหนัก ทั้งคาร์ม็อบ ทั้งสารพัดม็อบ ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนทำกิจกรรมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์แฝงล้มเจ้าแทบจะทุกอาทิตย์ ในทางการทำสงครามกับโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังสร้างผลงานไม่โดนใจคนไทยส่วนใหญ่ ติดเชื้อเกือบ 2 หมื่น ตายวันละเป็นร้อย วัคซีนก็มาไม่ทันตามกำหนดการกระจายฉีดก็มีปัญหาไม่เท่าเทียม ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากโดยเฉพาะในหลายจังหวัดยังไม่ได้ฉีดแม้แต่เข็มเดียว ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ใช้รักษาโรคก็ผลิตไม่ทันแถมนำเข้าไม่ตรงตามปริมาณความต้องการของคนไข้

IMG 20210727165344000000 scaled

ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่จะมีแรงกดดันมหาศาลไปถึงตัวพล.อ.ประยุทธ์ ท่ามกลางกระแสข่าวยุบสภาและลาออก ที่บวกลบคูณหารทางการเมืองแล้วโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น หากพล.อ.ประยุทธ์ถึงทางตันรัฐบาลไปต่อไม่ไหวบ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้ โอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกเปลี่ยนม้ากลางศึกให้คนอื่นมารับหน้าที่รับบทนำแทน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดและมีความเป็นไปได้มากกว่าการยุบสภา เพราะอย่างไรเสียอำนาจก็ยังอยู่ในมืออยู่ในการควบคุมของพรรคพลังประชารัฐที่มี 122 เสียง ขณะที่เสียงของรัฐบาลก็ยังเท่าเดิมคือ 276 เสียง เมื่อรวมกับส.ว. 250 คนที่หนุนหลังอยู่ก็เรียกว่ายังมั่นคงอยู่มาก

แต่การให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกอย่างเดียวอาจไม่พอกับเสียงเรียกร้องของม็อบต่างๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีความพยายามที่จะดึงพรรคเพื่อไทยเข้ามาผนึกกำลังกับรัฐบาล และประกาศทางออกของเรื่องนี้ว่าเป็น “รัฐบาลเฉพาะกิจ” หรือ “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาโควิด-19 ทำเรื่องเฉพาะหน้าอยู่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เอาไทยให้รอดจากมหาวิกฤติเชื้อโรคโควิด-19 ก่อน หากเป็นไปตามสูตรนี้รัฐบาลจะมีเสียงเพิ่มขึ้นอีกมากโขจากเดิม 276 เสียง บวกของพรรคเพื่อไทยอีก 134 เสียง ก็จะทำให้รัฐบาลมีเสียงท้วมท้นถึง 410 เสียง นอกจากจะกลายเป็นรัฐบาลที่แข็งแกร่งแล้ว ยังลดเสียงก่นด่าลดแรงกดดันไปได้มากจากฝ่ายตรงข้ามหากดึงพรรคเพื่อไทยมาอยู่ฝ่ายเดียวกันได้ หนำซ้ำยังเป็นการโดดเดี่ยวพรรคก้าวไกลจำกัดพรรคสามนิ้วสามกีบให้เหลือตัวคนเดียว ไร้เพื่อนไร้แนวร่วมไร้คนร่วมต่อสู้ กลายเป็นพรรคหมาหัวเน่าหัวเดียวกระเทียมลีบ โอกาสของเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะส.ส.หลายคนของพรรคเพื่อไทยก็ออกมารับลูกแบ่งรับแบ่งสู้กับไอเดียนี้ อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า เป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน ถ้าพรรคพลังประชารัฐยังอยู่ในระบอบประยุทธ์ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะไปจับมือด้วย แต่ถ้าเขาปรับกลไกการบริหารมาทางประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่ยึดระบอบประยุทธ์ ก็อาจจะคุยกันได้ แต่ถ้ายังเป็นอยู่เหมือนในปัจจุบันที่มีหัวหน้าพรรคเขาเป็นแกนนำของระบอบประยุทธ์ ไม่มีทางเป็นไปได้ ด้านนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่กับพลังประชารัฐ เราไม่เอาด้วยแน่ แต่ถ้าวันหน้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยู่ พรรคพลังประชารัฐอาจมีแนวคิดเหมือนพรรคเพื่อไทยก็ได้ ทำไมต้องเป็นศัตรูกันถาวร

ประวิตร 1

จับใจความง่ายๆ หากพล.อ.ประยุทธ์ไม่อยู่ และมีการเปลี่ยนหัวเรือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือบุคคลอื่นๆ โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐในอนาคตก็ยังไม่ปิดประตูตายซะทีเดียว ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าเดินตามสูตรนี้ใครจะเป็นนายกฯ แน่นอนว่าถ้าเอาตามนี้พล.อ.ประยุทธ์ที่มองว่าเป็นต้นตอความขัดแย้งต้องลงจากตำแหน่งแล้วลาออกไป จากนั้นสภาก็นัดประชุมหาคนอื่นมาแทน หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาจริงๆ ถามว่าเหลือรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองต่างๆเสนอชื่อเอาไว้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ช่วงเลือกตั้งปี 2562 ที่มีสิทธิ์ลุ้นส้มหล่นสามารถเป็นนายกฯได้อีกกี่คน

บวกลบคูณหารหากไม่นับรวมพล.อ.ประยุทธ์ ปัจจุบันเหลือลุ้นเพียง 5 คนเท่านั้น ประกอบด้วย 3 คนจากพรรคเพื่อไทยคือ 1.สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 2.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 3.ชัยเกษม นิติสิริ 4.อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) และ 5.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) ส่วนธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกตัดสิทธิ์ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 10 ปี ขาดคุณสมบัติหมดลุ้นไปนานแล้ว คงเป็นได้แค่นายกฯทิพย์ในโลกออนไลน์เท่านั้น

227943800 4389526464441505 7456750129041960432 n                         230761061 4224490057629755 1295509402489278188 n

 

เบื้องต้นถ้าเกิดอุบัติเหตุพล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกไปจริงๆ แนวทางเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญจะมาจาก “คนใน” 1 ใน 5 คนนี้ก่อน โดยสภาจะต้องมีการโหวตกันให้ได้เสียงรับรองตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ก็คือ 376 เสียงขึ้นไปและต้องรวม ส.ว. ด้วย อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ยังเปิดช่องให้ “คนนอก” ขึ้นเป็นนายกฯได้ ตาม ม.272 แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะการปลดล็อกเลือกนายกฯคนนอก มีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ คือ
(1) สมาชิกของทั้ง 2 สภา (ส.ส.500+ ส.ว.250) รวมกันจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (376) ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯ จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ ตาม ม.88
(2) ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน
และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด (500 ) เท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภาให้ยกเว้นได้
(3) จากนั้นที่ประชุมร่วม 2 สภาก็จะไปเลือกนายกฯ โดยต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง (376 ) ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา โดยจะเลือกผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตาม ม. 88 หรือไม่ก็ได้ กรณีนี้ก็คือการเสนอชื่อคนนอกที่เป็นใครก็ได้ขึ้นเป็นนายกฯ ตราบเท่าที่คุณสมบัติไม่ขัดรัฐธรรมนูญ อาทิ ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง , ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก ฯลฯ

เพราะเหตุนี้โอกาสที่คนนอกอย่าง พล.อ.ประวิตร หรือ “บิ๊กป็อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือบุคคลอื่นๆ ที่มีข่าวคราว มีชื่ออยู่ในกระแสมีโอกาสลุ้นเป็นนายกฯคนนอกได้ไหมตอบว่ามีแน่นอนเพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ ถามต่อว่าโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ตอบว่ายากจริงๆ หากจะฝ่าด่านอรหันต์หลายขั้นตอนในการขึ้นเป็นนายกฯ คนนอก
//////////////

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก