สำนักข่าว AFP ซึ่งไปเกาะติดรายงานข่าวอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเพื่อรายงานความคืบหน้าและผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรกับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อเดือนมิถุนายนท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างไทยกับกัมพูชา
AFP รายงานว่าผู้พิพากษา 9 คนจะเริ่มประชุมพิจารณาในเวลา 0930 นาฬิกา และจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยตั้งแต่เวลา 1500 นาฬฺกาเป็นต้นไป
การลงมติชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของแพทองธารมีขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังจากศาลอาญาของไทยตัดสินให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร วัย 76 ปีบิดาของแพทองพ้นผิดจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
สำหรับคดีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างแพทองธารกับฮุน เซนกลายเป็นประเด็นร้อนเนื่องจากแพทองธารเรียกฮุนเซนว่า “uncle” แต่พูดผู้บัญชาการกองทัพไทยว่า “ฝ่ายตรงข้าม” จนจุดกระแสความโกรธแค้นในสังคมไทย และถูกสส.พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมกล่าวหาว่าผู้นำไทยก้มหัวให้กับกัมพูชาและบ่อนทำลายความมั่นคงกองทัพ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลก็ประท้วงด้วยการตบเท้าลาออก เป็นเหตุให้วุฒิสมาชิกยื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนแพทองธารเนื่องจาก “ขาดความซื่อสัตย์สุจริตอันเป็นที่ประจักษ์” และ “บกพร่องด้านมาตรฐานด้านจริยธรรมในฐานะรัฐมนตรี” รวมทั้งมีคำสั่งระงับพักงานในวันที่ 1 กรกฎาคม
AFP รายงานว่าแพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 6 จากพรรคที่ก่อตั้งโดยทักษิณ ชินวัตรที่ต้องเผชิญกับการพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ มีเพียงทักษิณคนเดียวที่รอด และหากแพทองธารถูกวินิจฉัยถอดถอน ประเทศไทยก็จะเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองอีกครั้ง เนื่องจากไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่จะมารับช่วงต่อ
ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ผู้ที่มีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีได้ต้องเป็นแคนดิเดตหรือผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อระหว่างการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2566 เท่านั้นซึ่งมีอยู่ 9 คน โดย 4
คนถูกปัดตกด้วยเหตุผลต่างๆกัน, ขณะที่ 2 คนไม่ได้รับการยอมรับจากพรรคเพื่อไทย, 1 คนไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยแล้ว, 1 คนกำลังเป็นคดีในศาลและอีก 1 คนมีปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งดูแล้วไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการจัดการเลือกตั้งรอบใหม่หากแพทองธารโดนมติถอดถอน อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ชัดเจนว่ารักษาการนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัยจะมีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งหรือไม่เพราะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ผ่านการรับรองโดยรัฐสภา