สกลนครพนม 1120X280
สกลนครพนม

นายกฯ เร่งขับเคลื่อนประเทศต่อเนื่อง กำชับครม.บริหารงบต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

กดติดตาม TOP NEWS

นายกฯ เร่งขับเคลื่อนประเทศต่อเนื่อง กำชับครม.บริหารงบต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

นายกรัฐมนตรี กำชับครม. เร่งการขับเคลื่อนประเทศให้มีความต่อเนื่อง บริหารงบประมาณต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 11ม.ค.66 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

 

 

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.66) มีประเด็นสำคัญ ๆ ในการขับเคลื่อนประเทศให้มีความต่อเนื่อง ทั้งการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค เช่น การอนุมัติโครงการปรับปรุงท่าเรือสงขลา เพื่อเพิ่มศักยภาพการค้า-การขนส่งทางทะเลในอนาคต คือ รองรับสินค้าผ่านหน้าท่ามากขึ้น จากเดิม 2 ล้านตัน เป็น 3.8 ล้านตัน และรองรับตู้สินค้าได้เพิ่มขึ้นจาก 180,000 TEU เป็น 450,000 TEU เป็นต้น ตลอดจนการจัดทำกรอบวงเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ

 

ซึ่งผมเห็นว่ามีความสำคัญอย่างมาก สำหรับการเตรียมทรัพยากรมนุษย์และแรงงานทักษะสูง รองรับการพัฒนาประเทศในทศวรรษหน้า และพลิกโฉมประเทศครั้งใหญ่ สู่ศตวรรษที่ 21 ตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” รวมทั้งตอบโจทย์สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ เช่น การขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG, การเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากเพื่อขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ, การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต และการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับทุนทางวัฒนธรรม

ทั้งนี้ ผลที่คาดว่าจะได้รับจากงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในปีงบฯ 67 ดังกล่าว ที่สามารถประเมินค่าและเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ เช่น

1. สร้างบัณฑิตปริญญาตรี-โท-เอก 1.38 ล้านคน

2. ส่งเสริมการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น – Non Degree – ประกาศนียบัตร สำหรับคนทุกช่วงวัย ทั้งวัยทำงานและวัยเกษียณ ที่เปิดกว้างเพื่อบุคคลนอกรั้วสถานศึกษา ประมาณ 3 แสนคน

3. เสริมทักษะชั้นสูงให้แรงงานและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เกือบ 2 หมื่นราย

4. สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ กว่า 500 คน

5. พัฒนาหลักสูตรใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของโลกในอนาคต 30 หลักสูตร พร้อมทั้งแสวงหาความร่วมมือกับสถาบันพันธมิตรระดับชาติ 30 แห่ง

6. ส่งเสริมบทบาทของประเทศไทย ในเรื่อง (1) เป็นศูนย์ให้บริการการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics Medicine) เพื่อต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมการแพทย์และการแพทย์แม่นยำ (2) เป็นแหล่งผลิตเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาในสังคม เช่น อุปกรณ์สุขภาพรองรับการก้าวไปสู่สังคมผู้สูงวัย และปัญหามลพิษต่างๆ เป็นต้น (3) เป็นศูนย์กลางกำลังคนระดับสูง (Hub of Talent) และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) ของอาเซียน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนานั้น เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการพลิกโฉมประเทศของเราไปสู่การเป็นผู้ผลิตและส่งออกนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่ตลาดโลก ทำให้ช่วงที่ผ่านมาผมได้ให้ความสำคัญและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง โดย 5 ปีช่วงก่อนโควิด ปี 2559-2563 ประเทศไทยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาต่อ GDP “เพิ่มขึ้นทุกปี” จาก 0.78%, 1.00%, 1.11%, 1.14% และ 1.33% ตามลำดับ โดยในปี 2563 เรามีสัดส่วนงบประมาณของภาครัฐในด้านนี้ อยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน และอันดับ 8 ของเอเชียแปซิฟิก และมีเป้าหมายเพิ่มงบวิจัยให้เป็น 2% ของ GDP ภายในปี 2580 ต่อไป

โดยในระหว่างการประชุม ครม. ผมได้กำชับให้การบริหารงบประมาณจะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ สร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มเป้าหมายและทุกกิจกรรมอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากล สำหรับใช้ในการทำงานและการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ในโลกออนไลน์ ทั้งนี้ ผมเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า “คนไทยไม่เป็นรองใครในโลก” หากได้รับโอกาสและการพัฒนา โดยผมก็จะมุ่งมั่นส่งเสริมความเสมอภาคโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวไทย และเยาวชนรุ่นใหม่ของเรา ได้รับการพัฒนาอย่างทัดเทียมอารยประเทศต่อไปครับ

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น