“สำลัก” แพทย์แนะวิธีรับมืออย่างถูกต้อง เลี่ยงอันตรายถึงชีวิต

สำลัก, อาการสำลัก, วิธีช่วยคนสำลัก, สำลักอาหาร, วิธีปฐมพยาบาล, กรมการแพทย์, การสำลัก

กดติดตาม TOP NEWS

"สำลัก" หรือภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น แพทย์แนะแนวทางช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อน วิธีที่ถูกต้อง มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เช็คเลย

“สำลัก” โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ แนะนำแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มากขึ้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ติดตามต่อได้ที่นี่ TOP News

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การสำลัก คือ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 

 

 

มักพบในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น ชอบค้นคว้า ทดลองด้วยตนเอง จึงมักเอาสิ่งแปลกปลอมใส่ไปในช่องต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะช่องทางเดินหายใจ ได้แก่ รูจมูกและปาก ประกอบกับฟันกรามที่ยังขึ้นไม่ครบสมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารชิ้นใหญ่ให้ละเอียดเพียงพอ จึงอาจเกิดการสำลักระหว่างรับประทานอาหารและวิ่งเล่นไปด้วย

 

 

 

สำลัก, อาการสำลัก, วิธีช่วยคนสำลัก, สำลักอาหาร, วิธีปฐมพยาบาล, กรมการแพทย์, การสำลัก

 

 

 

ส่วนในวัยผู้ใหญ่มักเกิดจากเศษอาหาร การดื่มน้ำเร็วเกินไป หรือการทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างในขณะรับประทานอาหาร เช่น พูด หัวเราะ เป็นต้น บางครั้งฟันปลอมที่ยึดติดไม่แน่นพอ อาจเลื่อนหลุดเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ หรือทางเดินอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดภาวะฉุกเฉินทางเดินหายใจอุดกั้นในเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก อาการที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้ยากและไม่ชัดเจน

 

 

 

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เผยวิธีสังเกตอาการ ดังต่อไปนี้

  • หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการหายใจแรงและเสียงดังผิดปกติ
  • ไม่สามารถกลืนได้หรือใช้เวลานานกว่าปกติ
  • พูดคุยตอบสนองไม่ได้
  • ไอแรง ๆ ไม่ได้
  • ผิวหนัง ริมฝีปาก และเล็บเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เนื่องจาก ขาดออกซิเจน
  • ขาดสติ ไม่รู้สึกตัว

 

 

 

สำลัก, อาการสำลัก, วิธีช่วยคนสำลัก, สำลักอาหาร, วิธีปฐมพยาบาล, กรมการแพทย์, การสำลัก

กลุ่มเสี่ยงต่อการสำลัก ได้แก่

  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีประวัติผ่าตัดบริเวณคอหอย เช่น ผ่าตัดโคนลิ้น ผ่าตัดมะเร็งคอหอย ผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง
  • ผู้ที่มีความผิดปกติระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น ภาวะกลืนลำบาก
  • ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้าและลำคอ
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ปลอกประสาทอักเสบ บาดเจ็บไขสันหลัง
  • ผู้ป่วยที่ได้รับยาระงับความรู้สึก
  • ผู้ที่มีความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงจากการดื่มแอลกอฮอล์หรือการได้รับยาคลายเครียด เป็นต้น

 

 

 

สำลัก, อาการสำลัก, วิธีช่วยคนสำลัก, สำลักอาหาร, วิธีปฐมพยาบาล, กรมการแพทย์, การสำลัก

 

 

 

วิธีป้องกันในเด็ก

  • เลือกชนิดและขนาดของของเล่นให้เหมาะสมแก่เด็กในวัยต่าง ๆ
  • หั่นอาหารให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้ง่ายต่อการกลืน
  • ไม่ควรป้อนอาหารเด็กในขณะที่กำลังวิ่งเล่นอยู่

 

 

 

วิธีป้องกันในผู้ใหญ่

  • สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้ดี
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้ “สำลัก” ง่าย
  • ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืนควรปรึกษาแพทย์เพื่อฝึกการกลืน
  • รีบรักษาเมื่อมีปัญหาเรื่องไอหรือเสมหะ
  • นอกจากนี้ ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด
  • หลีกเลี่ยงการคุยหรือหัวเราะขณะรับประทานอาหาร

 

 

 

นอกจากนี้ แพทย์หญิงสมจินต์ จินดาวิจักษณ์ หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้าน โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี ยังได้เผยวิธีช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

วิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับเด็กเล็ก

  • เด็กทุกกลุ่มอายุที่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจไม่เต็มที่ ยังหายใจได้เอง พูดได้ แนะนำให้ไอแรง ๆ เพื่อให้วัตถุแปลกปลอมหลุดออกมา
  • ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้จับเด็กนอนคว่ำหน้าขนานกับต้นขาและประคองหัวเด็กไว้ จากนั้นใช้สันมือตบเข้าไปแรง ๆ 5 ครั้ง ระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้าง
  • ตรวจดูในปากว่ามีอะไรอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้รีบใช้ปลายนิ้วหยิบออก ไม่แนะนำให้ใช้นิ้วมือกวาดไปในลำคอเด็ก เนื่องจาก อาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเคลื่อนตัวไปสู่ตำแหน่งที่มีการอุดกั้นมากขึ้น
  • หากการช่วยเหลือด้วยการตบหลังยังไม่สามารถนำเอาสิ่งแปลกปลอมที่ขวางทางเดินหายใจออกได้ ให้ใช้วิธีกดที่หน้าอกของเด็ก ด้วยการจับให้เด็กนอนหงายหน้าขึ้นขนานกับต้นขา จากนั้นใช้นิ้ว 2 นิ้วกดลงไปตรงกลางใต้ราวนมของเด็ก 5 ครั้ง ตรวจดูภายในปากว่ามีอะไรหลุดออกมาหรือไม่ แล้วหยิบออกอย่างระมัดระวัง
  • หากช่วยเหลือด้วยวิธีข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผล ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล โดยระหว่างที่รอรถพยาบาลมาถึงนั้นให้ช่วยเหลือด้วยการตบหลังและกดหน้าอกสลับกัน จนกว่าสิ่งที่เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจจะหลุดออกมาหรือรถพยาบาลมาถึง หากเด็กไม่หายใจให้เริ่มทำการกดหน้าอกหรือปั๊มหัวใจด้วยวิธีสำหรับเด็ก ซึ่งอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในคอหลุดออกมาได้

 

 

 

สำลัก, อาการสำลัก, วิธีช่วยคนสำลัก, สำลักอาหาร, วิธีปฐมพยาบาล, กรมการแพทย์, การสำลัก

 

 

 

วิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นในเด็กโตที่มีอายุมากกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่

  • แจ้งให้ผู้สำ ลักทราบว่าจะทำการช่วยเหลือ
  • ยืนซ้อนด้านหลังผู้สำ ลัก ประคองโน้มตัวไปด้านหน้า แล้วกดกระแทกที่ท้อง 5 ครั้ง โดยใช้แขนทั้ง 2 ข้าง โอบแนบกับผู้ที่สำ ลักเหนือสะดือ แต่ให้ต่ำกว่าระดับหน้าอก แล้วกำมือเป็นกำปั้น จากนั้นให้ดึงกระแทกกำปั้นเข้าหาตัวและขึ้นทางด้านบนอย่างเร็วและแรง ห้ามใช้วิธีการกระแทกที่ท้องกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์
  • หากยังมีอาการอยู่ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล ระหว่างที่รอรถพยาบาลให้กระแทกที่ท้องซ้ำจนกว่าสิ่งที่แปลกปลอมที่ติดอยู่จะหลุดออกมา หรือจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง
  • กรณีหมดสติไป ให้ตรวจดูว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ หากไม่หายใจ ให้ประคองผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นราบและเริ่มทำการกดหน้าอกหรือปั๊มหัวใจ ซึ่งการปั๊มหัวใจนั้นอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในคอหลุดออกมาได้เช่นกัน

ทั้งนี้ การสำ ลัก อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น การบาดเจ็บที่คอ หรืออาการระคายเคือง แต่หากสำ ลักวัตถุขนาดใหญ่ และเกิดการอุดกั้นหลอดลม อาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจได้

 

 

 

ข้อมูล : กรมการแพทย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดู LIVE รายการ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก