ศาลอุทธรณ์ ยืนจำคุก “เอ๋ ปารีณา” 8 เดือน หมิ่น “ช่อ พรรณิกา” เอี่ยววางบึ้ม รออาญา 2 ปี

กดติดตาม TOP NEWS

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก "เอ๋ ปารีณา" 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท หมิ่น "ช่อ พรรณิกา" รู้เห็นวางระเบิดหลายพื้นที่ในกทม. และ 3จังหวัดชายแดนใต้ โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี

วันที่ 14 มิ.ย. 65 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมิ่นประมาทหมายเลขดำ อ.2043/62 ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ โฆษกคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา  ไกรคุปต์ หรือ เอ๋ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทหมิ่นผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 น.ส.ปารีณา จำเลยได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวหาใส่ร้ายว่า น.ส.พรรณิการ์ โจทก์ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ( อนค.ขณะนั้น) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ขณะนั้น) ทำนองว่า ทั้งสองมีส่วนร่วมรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งเหตุระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งล้วนเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้โจทก์เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย ขณะที่ น.ส.ปารีณา จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 พิพากษา จำคุก น.ส.ปารีณา จำเลย 1 ปี ปรับ 100,000 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี น.ส.ปารีณา ยื่นอุทธรณ์​

webp

 

โดยวันนี้ น.ส.ปารีณา​เดินทางมาศาลด้วยรถเเท๊กซี่ ​ ผู้สื่อข่าวถามหากศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น​ จะยื่นฎีกาต่อหรือไม่​ น.ส.​ ปารีณา ตอบสั้นๆว่า ก็แล้วแต่ทางทนาย ต่อมา ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาศาลอุทธรณ์เห็นชอบเเล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุก น.ส.ปารีณา จำเลย 1 ปี ปรับ 100,000 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

 

 

นางสาวปารีณา กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกสิ้นหวัง ทุกคนเห็นแล้วว่าหลายคดีของตนเป็นไปดวยความรวดเร็ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ชี้มูลความผิดตนรุกที่ป่าใน 4 เดือน ขณะที่คดีอื่นๆเช่นอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ กลับหมดอายุคามือ ส่วนในคดีนี้อยู่ที่คำพิพากษาของศาล ซึ่งตนก็ยอมรับเพราะที่นี่ประเทศไทย แต่กรณีเฟซบุ๊กก็เห็นกันว่ามีการปลอมชื่อตนจำนวนมาก สื่อมวลชนเองก็ยังเคยนำเฟซบุ๊กปลอมที่อ้างเป็นตนไปด่าหยาบคายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ หรือลิซ่า แบล็กพิงค์ ทั้งที่ก็ทราบกันดีว่า เฟซบุ๊กตัวจริงของตนชอบแซะ กระแนะกระแหนแต่ไม่หยาบคาย ซึ่งคดีหมิ่นประมาณดังกล่าว การต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ตนก็มีพยานเป็นระดับผู้บัญชาการปราบปรามเกี่ยวกับดีอีมาให้การยืนยันว่าบัญชีเฟซยุ๊กดังกล่าวไม่มีการ verify ขณะที่พยานฝ่ายน.ส.พรรณิการ์ ก็เป็นนักข่าวรัฐสภาที่ทำข่าวพรรคอนาคตใหม่และมีความสนิทสนมกันดังนั้นจะแน่ใจอย่างไรว่ามีความเป็นกลาง ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นสื่อมวลชนแล้ว

 

 

น.สปารีณา กล่าวว่า บรรทัดฐานใหม่เกิดกับตนมาตลอด 1. คนที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.เป็นกมธ.วิสามัญไม่ได้ แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจทำได้และปฏิบัติหน้าที่จนจบ แต่พอตนเป็นไม่ได้แล้ว 2. คดีครอบครองที่ดินของรัฐที่ถูกตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต แต่คนอื่นหมดอายุความ 3 .ต่อไปนี้การดำเนินคดีทางเฟสบุ๊ก ต่อไปไม่มี verify ก็สามารถดำเนินคดีได้เลย เหมือนที่ตนถูกดำเนินคดีแม้ยืนยันว่าถูกปลอมเฟซบุ๊ก

“ดิฉันรู้สึกสิ้นหวัง คิดว่าต้องการหาความยุติธรรมบ้าง ดิฉันไม่ได้หมายถึงศาล แต่หมายถึงกระบวนการหลายคดีมีความบิดเบี้ยว ซึ่งให้สังคมดูแล้วกัน ว่าทำไมบรรทัดฐานใหม่ต้องมาเกิดกับดิฉันด้วย” น.ส.ปารีณา กล่าว

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก