4 ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ดีเบต แสดงวิสัยทัศน์แก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.

กดติดตาม TOP NEWS

4 ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ดีเบต ที่ "ท็อปนิวส์" แสดงวิสัยทัศน์แก้ปัญหาน้ำท่วมกทม. เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำฝน น้ำทะเลหนุน น้ำเหนือเพื่อคนกทม.

วันที่ 7 พ.ค. 65 ที่สตูดิโอ 1 สถานีโทรทัศน์ ท็อปนิวส์ ธนาซิตี้ ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้จัดเวทีศึกดีเบต 4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ประกอบด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ และน.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สังกัดพรรคไทยสร้างไทย โดยมีนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานกรรมการบริหาร สถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมีนายวรเทพ สุวัฒนพิมพ์ ผู้ประกาศข่าว สำนักข่าว Top News เป็นผู้ดำเนินรายการ ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์จากผู้สมัครทั้ง 4 คนที่มาร่วมให้กำลังใจอย่างคึกคัก

 

webp

โดยคำถามแรกเป็นคำถามของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าว และพิธีกรสถานีโทรทัศน์ ท็อปนิวส์ ที่สอบถามถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกทม.

ทั้งนี้นายสกลธี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต้องเข้าใจก่อนว่าภูมิศาสตร์ของกทม.เป็นพื้นที่แอ่งกะทะ ที่ใครหลายคนคิดว่า 10 ปีน้ำจะท่วมกทม. ตนขอบอกว่าหากวันนี้ไม่มีเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนนี้น้ำท่วมกทม.ไปหมดแล้ว อีกทั้งท่อในกทม.มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 60 ซม. ซึ่งเป็นท่อแบบเก่า หากฝนตกมากเกินกว่าที่ท่อจะรับได้ ถึงอย่างไรน้ำก็ท่วม สำหรับการแก้ปัญหานั้น พื้นที่ต่ำต้องอุดแนวฟันหลอสองฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้ สาเหตุหนึ่งที่น้ำท่วมปี 54 เพราะมีมวลน้ำมาเยอะและมีแนวตะเข็บฟันหลอในพื้นที่เอกชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม.จะต้องลุยจุดฟันหลอเหล่านั้น เพื่อป้องกันให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องท่อ 60 ซม. จุดไหนเปลี่ยนได้ต้องเปลี่ยน จุดไหนเปลี่ยนไม่ได้ต้องมีการลอกท่ออย่างเป็นระบบด้วยการใช้เทคโนโลยีต่างๆมาประกอบ อีกทั้งเราต้องวางแผนเรื่องการใช้งบประมาณ และเราต้องหาเงินมาแก้ไขปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ด้วย ดังนั้นผู้ว่าฯกทม.ที่จะเข้ามาวันที่ 22 พ.ค. ต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมแน่นอน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน

 

webp

 

 

ด้านนายสุชัชวีร์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาน้ำท่วมของกทม.กำลังจะเป็นวิกฤตที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เพราะทั้งน้ำฝน น้ำทะเลหนุน น้ำเหนือบ่าลงมา ตนตกผลึกเรื่องนี้ เพราะมีอาชีพเป็นวิศวกรที่ทำเรื่องดินและน้ำมาตลอดชีวิต มีการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ชัดเจนว่าเป็นผู้ว่าฯกทม.เมื่อไหร่ตนจะสังคายนาเรื่องประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำ ตอนนี้กทม.คือกะละมังคอนกรีตสมบูรณ์แบบ กทม.อยู่ด้วยระบบปั้ม เหมือนปั้มหัวใจ ถ้าปั้มไม่ทำงาน กทม.ก็หัวใจวาย แต่การทำงานของปั้มกทม.คือเป็นปั้มโยน โยนน้ำจากซอยข้ามมาถนน จากถนนไปคลอง จากคลองไปแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ปัจจุบันระบบปั้มพึ่งพาแทบไม่ได้ เพราะต้องรอคนไปไขกุญแจเปิดเพื่อสตาร์ทเครื่อง แต่ฝนปัจจุบันมาเร็วมาแรง จึงทำให้ระบายน้ำไม่ทัน และเกิดน้ำท่วมจึงต้องเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติในการควบคุม ส่วนระยะกลางเราจะเก็บน้ำรอการระบายไว้ใต้ดินก่อน โดยจะทำบริเวณใต้สวนจตุจักรเป็นที่แรก สามารถเก็บน้ำรอการระบายได้ 1-2 แสนลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณไม่เกิน 400 ล้านบาท เพื่อช่วยชีวิตคนกทม. เราต้องคิดแบบใหม่และเบ็ดเสร็จ เรื่องแก้มน้ำใต้ดินตอนนี้มีที่แรกแล้วคือที่วัดเล่งเน่ยยี่นั้นเป็นตัวอย่างที่ดี และตนจะทำพื้นที่รามคำแหง สุขุมวิท และจตุจักรต่อไป แต่ปัญหาน้ำทะเลสูงขึ้นและน้ำเหนือบ่าลงมานั้น ตนตั้งใจเป็นผู้ว่าฯที่เริ่มโครงการป้องกันน้ำทะเลหนุนที่แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่เช่นนั้น 10 ปี สายเกินไป ตนจะไม่นั่งอยู่ที่ศาลาว่าการที่ดินแดง แต่จะลงพื้นที่ไปบัญชาการเรื่องน้ำท่วมด้วยตนเอง และเชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกทม.ได้แน่นอน

 

 

ขณะที่พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า กทม.มีปัญหาน้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน แต่น้ำที่สร้างปัญหาให้กทม.มากที่สุดคือน้ำฝน เพราะเมื่อก่อนกทม.เป็นพื้นดินและพื้นทราย แต่สมัยนี้เป็นแผ่นคอนกรีตไปหมด การโตของเมืองและความเจริญของกทม. มีตึกขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทำให้น้ำซึมลงไม่ได้ จึงไหลลงท่อ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้น้ำไหลลงคลองและแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อออกอ่าวไทยให้เร็วที่สุด และเราต้องแก้ปัญหาจุดฟันหลอ ด้วยการพัฒนาของใหม่ ใส่ใจของเดิม เพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ตนได้ทำนวัตกรรมใหม่คือบ่อหน่วงน้ำแห่งแรกที่ประเทศไทย ตนทำมาแล้ว 4 แห่งสามารถจับต้องได้ เพื่อเก็บน้ำไว้ใต้ดิน ขณะที่ประตูระบายน้ำ และเครื่องสูบน้ำเสียอยู่ 900 กว่าเครื่องก็นำไปซ่อมให้เรียบร้อย นอกจากนี้ปัญหาน้ำท่วมเราต้องเตรียมการในสิ่งที่เป็นพระราชดำรัสของในหลวงร.9 เกี่ยวกับโครงการกัดเซาะตลิ่งบริเวณชายทะเลบางขุนเทียน ตนได้ทำโครงการปลูกป่าชายเลนตามศาสตร์พระราชา โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของราชการแม้แต่บาทเดียว เพราะตั้งเป็นมูลนิธิให้ประชาชนบริหารกันเอง ตนตั้งใจว่า 5 ปีนี้อยากกลับมาทำให้มีป่าชายเลนเพิ่มเติมให้เต็มพื้นที่ที่ขาดอยู่ และทำแนวกั้นกินกันน้ำทะเลกัดเซาะเพิ่มเติมอีกให้ครบถ้วน

 

 

 

 

น.ต.ศิธา กล่าวว่า ที่ผ่านมากทม.ลงทุนกับระบบบริการจัดการน้ำท่วมไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท ทั้งโครงการคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออก การสร้างคันกั้นน้ำหรือเขื่อนฝั่งตะวันตก เราเคยได้ยินว่ากทม.คือเวนิสตะวันออก ที่เป็นเมืองที่มีคลองมากที่สุด ดังนั้นเราต้องใช้คลองให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้แก้มลิงธรรมชาติ โดยจะต้องสูบน้ำออกก่อนที่ฝนจะมาตามพยากรณ์อากาศ สูบน้ำออกจากคลองทุกเขตที่ฝนจะตกเพื่อทำให้น้ำไหลจากถนนลงท่อระบายน้ำ และไปลงคลองและแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ตนยืนยันสามารถทำได้ทันที พร้อมทั้งจะลอกคลองและลอกท่อทุกเขต ตนจะทำในสิ่งที่ผู้ว่าฯกทม.ไม่เคยทำ

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก