หลังจากนั้น คุณแอมและคุณดรีม ให้สัมภาษณ์ประเด็นปลาสลิด หลังจบรายการโหนกระแสว่า โดยคุณแอม บอกว่า เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ตนต่อสู้เรื่องที่ดิน ที่จังหวัดตาก ต้องสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ จนเริ่มถูกคุกคาม จนวันหนึ่งตนทำมาหากินอยู่ แล้วมีผู้หวังดี บอกว่า ผมเป็นข้าราชการจากหน่วยงานหนึ่งมาตรวจสอบ พร้อมบอกว่าก็ทำมาหากินก็ดีอยู่แล้ว จะไปยุ่งเรื่องที่ดินทำไมให้ถอนตัวออกมา

หลังจากนั้นตนไม่ได้ถอนตัว แต่ดันมีคนอ้างว่าเจอเหล็กในหมูกระทะ จึงมองว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ปกติ ก่อนตัดสินใจทักไปขอความช่วยเหลือจากเพจมูลนิธิฯดัง ครั้งแรก แต่ไม่ได้รับการตอบรับ แต่หลังจากนั้นเรื่องที่ดินเริ่มมีผู้เสียหายมากขึ้น และเริ่มมีหลักฐานมากขึ้น จึงตัดสินใจทุกไปทางเพจมูลนิธิฯดังอีกครั้ง ซึ่งครั้งมีการติดต่อกลับมาผ่านข้อความ

หลังจากนั้นทีมงานของมูลนิธิฯดังโทรมาหาตน และถามตนว่า เรื่องร้อนเลยใช่ไหม ตนบอกร้อน ทางทีมงานจึงได้ต่อรองจากตอนแรกที่ตนเสนอช่วยปลาสลิด 30 โล คุณดรีมพูดเสริมว่า ทางทีมงานบอกว่า 30 โล น้อย ถ้าจะนำเรื่องเรียนผู้ใหญ่การมอบของจำนวนน้อยอาจทำให้เรื่องไม่ถึงจึงขอเสนอปรับเป็น 1.2 ตัน ส่วนได้ตอบตกลง แต่เน้นย้ำว่าขอให้ให้ช่วยพวกตนและประชาชนคนอื่นอื่นที่เดือดร้อนด้วย โดยมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ทั้งค่าปลาสด ปลาแห้ง การแปรรูป ทอด แพ็ก และการขนส่ง รวมเป็นเงิน 400,000 กว่าบาทซึ่งตนต้องสำรองจ่ายเองทั้งหมด
คุณดรีมบอกอีกว่า หลังจากเสร็จขั้นตอนการแพ็คของแล้ว ตนต้องเป็นคนนำปลาไปส่งเอง ซึ่งได้ไปส่งที่ตลาด อตก. ใกล้กับตึก สตง.ตามที่ทีมงานแจ้ง โดยตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่มารับของและลงของในพื้นที่ด้านใน ซึ่งตนเห็นเพียงว่ารถติดและมีของจำนวนมาก จึงรีบลงของและขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับการทำบุญไม่คาดคิดว่าวันนึงจะกลายเป็นประเด็น
ผู้เสียหายทั้งสอง เล่าต่อว่า แต่หลังจากนำปลาไปส่งแล้ว เรื่องกลับเงียบหาย ตนได้มีการทักติดต่อไปก็ไม่ได้รับการตอบรับ ไม่ได้รับการช่วยเหลือตามที่หวังไว้ ทำให้ต้องกลับมาสู้ด้วยตัวเองเหมือนเดิม “ 4 แสนนี้จะคิดว่าขาดทุนไม่ได้ แต่มองว่าเป็นการที่ตนลงทุนและหวังกำไร แต่แค่ไม่ได้กำไรนั้นกลับมา “ ดรีมกล่าว
และตลอดระยะเวลาที่มีการติดต่อกับทางมูลนิธิฯดัง ตนไม่เคยได้พูดคุยกับบุคคลดังกล่าว มีเพียงแต่พูดคุยกับทีมงานของเขาเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าเพจที่ตนทักไปนั้นเป็นเพจจริง
สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจติดต่อมูลนิธิฯดังไป เพราะประชาชนส่วนใหญ่บอกว่า เวลามีปัญหาไปให้ถึงมูลนิธิดังกล่าว และที่ผ่านมาเห็นว่าเขาลงพื้นที่จริงลงไปหาหน่วยงานจริง เห็นชอบบุกชอบลุย จึงมองว่าต้องเป็นคนแบบนี้ที่จะสู้ไปกับเราได้ และต้องการคนแบบนี้ช่วยตนหน่อย แต่กลับเงียบหาย และหลังเป็นประเด็นเขาก็เงียบหายเช่นเดิม
แต่หลังจากนี้หากทางมูลนิธิจะติดต่อมาให้การช่วยเหลือตน ตนไม่ต้องการแล้ว จริงๆ ไม่ต้องการตั้งแต่ที่เขาไม่ตอบกลับมาแล้ว พอได้มาเจอกับคุณปอง ทีมงานของ ดร.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ ที่ให้การเข้าช่วยเหลือทันทีหลังจากติดต่อนัดหมายเพียงวันเดียว โดยพาไปดำเนินเรื่องตามหน่วยงานต่างๆ “โดยไม่ต้องรอแสงไม่ต้องมีกล้องติดตาม ”
คุณดรีม พูดเสริมอีกว่า ตนไม่ได้ต้องการเงินบริจาค นม แพมเพิร์ส แต่ต้องการความยุติธรรม ความถูกต้อง และการเยียวยาจากสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่เดินเรื่อง ตนต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่าเดินทางไปหลายจังหวัด ทั้งที่จังหวัดตราด จันทบุรี สมุทรสาคร และกรุงเทพ จนเงินเก็บหมดตัว ถึงขั้นต้องกู้หนี้ยืมสิน มากกว่านั้นเคยมีความคิดท้อแท้ถึงขั้นจะจบชีวิต
ด้าน นายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ (คุณปอง) ทีมงานธนกฤต จิตอาสา ระบุว่า คุณธนกฤตเคยช่วยเหลือเคสนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ในสมัยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีฯ เมื่อทราบว่าผู้เสียหายกำลังเดือดร้อนหนักและคิดสั้น จึงรีบเข้าประสานงานทันที โดยเน้นย้ำเรื่องการมีสติและเตือนว่าชีวิตมีค่า
