ถอยจริงไม่ดราม่า!!! “โฆษกทบ.” ยันทหารไทย-เขมร เจรจาลงตัว ยอมกลบคูเลต รื้อลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ ยันไม่น่ากังวลแต่แนวชายแดนมีโอกาสเกิดอีก!!??

ทบ. เผยเขมรยอมกลบคู-ถอนลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ หลังไทยท้วง ยันคุยกันได้ ขอประชาชนอย่าตื่นข่าวโซเชียล

ถอยจริงไม่ดราม่า!!! “โฆษกทบ.” ยันทหารไทย-เขมร เจรจาลงตัว ยอมกลบคูเลต รื้อลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ ยันไม่น่ากังวลแต่แนวชายแดนมีโอกาสเกิดอีก!!?? – Top News รายงาน

 

โฆษกทบ.

 

 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่กรมชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่มีทหารกัมพูชา มีการขุดคูเลต พร้อมวางแนวลวดหนามบริเวณเนิน 450 ในพื้นที่ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอาจรุกล้ำพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทย ว่าล่าสุดชุดประสานงานของทั้งสองฝ่ายในพื้นที่ ได้มีการพูดคุยกัน โดยฝ่ายกัมพูชายอมที่จะปรับสภาพพื้นที่กลับคืนแล้ว ถือว่าสามารถเจรจากันได้และแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบร้อย

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาจเกิดความวิตกกังวล และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจลุกลาม ว่าขอให้ฟังข่าวสารจากทางราชการ เนื่องจากข่าวสารในโซเชียลมีเดียมีที่มาที่หลากหลาย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล และยืนยันว่าหน่วยงานในพื้นที่ทั้งเจ้าหน้าที่ปกครองและทหารมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และสถานการณ์ไม่ได้น่ากังวลเท่าข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย

ส่วนสาเหตุที่ทหารกัมพูชาดำเนินการขุดคูเลตในกรณีนี้ โฆษกกองทัพบก ระบุว่า ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากหน่วยในพื้นที่ถึงรายละเอียดต่าง ๆ แต่ด้วยพื้นที่กว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งมีหน่วยขนาดเล็ก ประจำการอยู่ตลอดแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ก็จะส่งผลให้เกิดกรณีลักษณะนี้ได้บ้าง โดยเฉพาะในห้วงที่ไม่มีการขยับแนวการวางกำลัง เช่น การปะทะด้วยคารม การจัดกิจกรรม หรือแสดงพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม แต่ประเด็นที่ฝ่ายไทยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ การปรับปรุงพื้นที่ การขุดคู และการติดตั้งสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งแม้ฝ่ายไทยจะจับตามองอย่างใกล้ชิด ก็ยอมรับว่าอาจเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นได้เช่นกัน แต่เมื่อมีการพูดคุยและเจรจาก็จะได้รับความร่วมมือทุกกรณี

 

 

อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายกัมพูชายอมกลบคูเลต และถอนสิ่งกีดขวาง นั้น เป็นการยอมรับว่าพฤติการณ์ดังกล่าวรุกล้ำอธิปไตยไทยหรือไม่ อย่างไรนั้น โฆษกกองทัพบกระบุว่า ต้องติดตามรายละเอียดจากหน่วยในพื้นที่ เนื่องจากในปัจจุบัน หน่วยที่วางกำลังในพื้นที่ย่อมทราบถึงแนวการวางกำลังอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมองว่าเป็นแค่การวางเครื่องกีดขวาง เพื่อรักษาความปลอดภัยของหน่วย แต่เมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกัน ก็จำเป็นต้องมีการท้วงติง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวล เนื่องจากชุดประสานงานของทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ผู้ว่าฯ สงขลา มอบทุน “คุณพ่อเพิ่ม–คุณแม่วิจิตรา” 82 ทุน ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาเยาวชนสทิงพระ
"สมุทรสาครโมเดล" ลดจำนวนปลาหมอคางดำ สู่ทางออกที่ยั่งยืน
ตร.พัทลุงล็อกรถ จยย. ต้องสงสัย คุมผู้ครอบครองสอบขยายผล โยงคดีคนร้ายบุกยิงบ้านเขาปู่
คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางบกและทางอากาศ
“สรรเพชญ” เดินหน้าแก้รถติดท่าเรือแหลมฉบัง ชูมาตรการ 3 ระยะ เร่งยกระดับระบบโลจิสติกส์ไทย
พสกนิกรเบตงร่วมใจ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ 30,000 ดอก เตรียมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ดู LIVE รายการ