“ทนายตั้ม” นำกลุ่มคนพิการบุกทำเนียบฯ ยื่นหนังสือร้องนายกฯ ขอคืนโควตาสลากฯ แฉโดนสวมสิทธิ์ หลุดถึงมือกลุ่มทุนสร้างผลประโยชน์มหาศาล

“ทนายตั้ม” นำกลุ่มคนพิการบุกทำเนียบฯ ยื่นหนังสือร้องนายกฯ ขอคืนโควตาสลากฯ แฉโดนสวมสิทธิ์ หลุดถึงมือกลุ่มทุนสร้างผลประโยชน์มหาศาล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ย.69 ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลประตู 5 ถนนราชดำเนิน ทนายตั้ม บ้าพลัง หรือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วยกลุ่มสภาและสมาคมคนพิการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล กว่า 100 คน นำโดยนายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานฝ่ายกฎหมายและสิทธิมนุษยชน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสให้คนพิการทั่วประเทศมีงานทำ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนพิการ มีนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ออกมารับเรื่อง

โดยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ ทนายตั้ม บ้าพลัง ที่วันนี้มาในเสื้อยืดสีขาวสกรีนเป็นหน้าอกเสื้อว่า”หมายแตก” กล่าวว่า ตนเองย้ำใน 2 ประเด็นใหญ่ ประเด็นแรก คือเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้พิการได้รับโควตาน้อยมาก เนื่องจากถูกกลุ่มคนที่มีร่างกายสมบูรณ์เอาโควตาไป มีการขโมยโควตาของผู้พิการ ทำให้ประโยชน์และสิทธิส่วนนี้ส่งไปไม่ถึงมือผู้พิการอย่างแท้จริง

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

สลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 70% ที่ส่งผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด รวมทั้งหมดประมาณ 19 ล้านใบ ตกมาถึงมือของผู้พิการจริง ๆ ประมาณ 1 ล้านกว่าใบเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก จึงอยากเรียกร้องให้มีการเกลี่ยโควตาสลากลงมาช่วยเหลือผู้พิการให้ถึงมือจริง ๆ พร้อมชี้ว่าเรื่องนี้ยังไม่มีรัฐบาลไหนที่สามารถแก้ไขได้อย่างจริงจัง แม้ในยุครัฐบาลทหารจะมีการปราบปราม 5 เสือ แต่สุดท้ายโควตากลับไปอยู่ในมือของกลุ่มอื่น ไม่เคยมาถึงคนพิการอย่างแท้จริง ซึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลถือเป็นอาชีพสร้างรายได้สำคัญของผู้พิการ เพราะผู้พิการไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นเพื่อสร้างรายได้เหมือนคนร่างกายปกติทั่วไปได้

ขณะที่นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานฝ่ายกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ปัจจุบันผู้พิการตาบอดและผู้พิการประเภทต่าง ๆ ต้องประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ได้ถูกตัดสิทธิ์หรือหลุดไปอยู่ในมือของกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้พิการจริงนับพันเล่ม ที่ผ่านมากลุ่มคนพิการ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหาย ไม่ได้รับความคืบหน้า วันนี้จึงต้องเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอความเมตตาและเรียกร้องความเป็นธรรม วอนขอคืนสิทธิ์การทำมาหากินให้แก่คนพิการได้มีโควตาสลากฯ ในการประกอบอาชีพอย่างแท้จริง

โดยกลุ่มคนพิการยืนยันว่า รอการตอบรับของตัวแทนรัฐบาล ถ้าหากไม่มีความชัดเจน จะยกระดับ ปิดประตูทำเนียบรัฐบาลทุกประตูและเดินทางไปกดดันที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อไป

 

 

ด้านนายฟุตกอง อินฟลูฯวิจารณ์การเมือง และนักขับเคลื่อน ที่วันนี้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับผู้พิการ เปิดเผยถึง เส้นทางการเงินและฐานปฏิบัติการของเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ ชื่อ “USA BET” ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2562 บอกว่า เครือข่ายนี้มีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในบริเวณที่เรียกว่า “ซอยจีน” หรือ “ซอยอินโดนีเซีย” ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานของทุนจีนและอินโดนีเซีย

โดยตึกปฏิบัติการของเครือข่ายนี้ ชั้น 1 เป็นร้านกาแฟ ชั้น 2 เป็นของเสี่ยรายหนึ่งที่ปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ ส่วนชั้น 3 เป็นศูนย์ปฏิบัติการของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

นายฟุตกอง ยังบอกว่า อินฟลูฯ รายนี้ไม่ได้สร้างฐานะจากการสนิทสนมกับนักการเมืองตั้งแต่แรก แต่สะสมความร่ำรวยมาจากเว็บพนัน USA BET แล้วพยายามเข้าหานักการเมืองเพื่อใช้เป็นแบ็กป้องกันคดีในอนาคต

โดยเครือข่ายนี้มีการทำงานเป็นกลุ่มและกระจายตัวกันทำ ทั้งตั้งกลุ่มแชตทวงยอดรายวัน มูลค่าหมุนเวียนรวมกัน คาดว่าสูงถึงหลายพันล้านบาทจนถึงหมื่นล้านบาท

เมื่อถามเครือข่ายนี้มีนอมินีหรือไม่ นายฟุตกอง ระบุว่า เครือข่ายนี้เริ่มยักย้ายทรัพย์สิน โดยใช้ “นอมินี อักษรย่อ จ.” เป็นคนใกล้ชิดที่เดินตามอินฟลูฯ คนดังกล่าว ทำหน้าที่รับโอน และย้ายเงินทั้งหมดแทน

นอกจากนี้ นายฟุตกอง ยังบอกอีกว่า อินฟลูฯ คนนี้วางหมากที่จะเข้าวงการการเมือง โดยพบว่าในช่วง ปี 2567 ตนมีภาพหลักฐานว่า อินฟลูฯและถรรยาของอธิบดีกรมหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบอธิบดีกรมการข้าวก่อนวันประมูลโครงการเพียง 1 วัน รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับอธิบดีในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้อง

แต่พออธิบดีไปเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตในโครงการจัดซื้อชีวภัณฑ์และปุ๋ย ทำให้โครงการที่จะเข้าเส้นทางการเมืองยุติไป

 

นอกจากนี้ นายฟุตกอง ยังเปิดเผยถึง โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่า ปัจจุบันผู้พิการและนักกีฬาคนพิการไม่ได้รับสิทธิ์จริงตามที่ควรจะได้ ทั้งที่เรียกร้องมานานหลายปี โดยเน้นย้ำว่าผู้พิการไม่ได้มาขอฟรีๆ แต่ต้องการสิทธิ์ของคืนเพื่อนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้

ยกตัวอย่าง คือ สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย เคยได้รับโควตาสลากงวดละประมาณ 260,000 กว่าใบ แต่ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา สมาชิกกลับไม่เคยได้รับสลากเลยแม้แต่ใบเดียว ทั้งที่ขอเพียงงวดละประมาณ 300–500 ใบ เพื่อให้นักกีฬาตาบอดที่ปลดระวางมีอาชีพเลี้ยงตัว

และเมื่อมีการร้องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทาง DSI ได้มีหนังสือชี้แจงออกมาว่า รายชื่อสมาชิกที่ทางสมาคมส่งไปนั้น มีลักษณะเป็น “สมาชิกผี” หรือการสวมสิทธิ์ เมื่อสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งเป็นคนตาดีและคนปกติทั่วไป ที่ไม่เคยได้รับสลากแม้แต่เล่มเดียว แต่รับจ้างถูกนำชื่อไปใช้โดยได้ค่าตอบแทนเพียง 500 บาท

รวมถึงโควตาสลากดังกล่าวหลุดไปอยู่ในมือกลุ่มทุนเอกชน และถูกนำไปขายต่อให้กับยี่ปั๊ว ส่งผลให้ผู้พิการที่ต้องการขายจริง ต้องไปรับซื้อต่อในราคาใบละ 85–87 บาท ทำให้ไม่มีทางขายในราคา 80 บาทได้ ตนจึงท้าให้เปิดเผยข้อมูลว่า สลากเล่มดังกล่าวพิมพ์ระบุวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลอย่างไร และรับสลากมาจากที่ใด

นายฟุตกอง ระบุข้อมูลจากกลุ่มผู้พิการว่า มี “นักการเมืองชื่อดัง” อักษรย่อ ธ. เข้ามาเกี่ยวข้องและได้รับโควตาสลากสูงถึง 3 ล้านใบต่องวด ก่อนนำมาเก็งกำไรฟันส่วนต่างใบละ 2 บาท

และแม้ตนจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หรือกองสลากจะรับทราบปัญหา แต่กลับทำเพียงแจ้งให้สมาคมไปแก้ไขรายชื่อให้ถูกต้องโดยไม่มีการลงโทษ จึงมองว่ามีเพียงนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่มีอำนาจสั่งการแก้ปัญหาและจัดสรรโควตาสลากให้ผู้พิการอย่างจริงจัง แต่ยอมรับว่าตนยังไม่เชื่อมือในการแก้ปัญหาครั้งนี้ การมายื่นเรื่องจึงเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

ด้านนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันว่า กระทรวง พม. ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิของคนพิการทุกคน และรับทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องคนพิการ และพร้อมที่จะประสานงานไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ตลอดจนหาแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาสลากฯ ให้เกิดความโปร่งใส เสมอภาค และส่งตรงถึงมือผู้พิการที่เป็นผู้ค้าจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"​ป.ป.ช.ระยอง" ลุยสางข้อสงสัย! ตรวจสอบปมการจัดเก็บค่าโดยสารเรือนำเที่ยว "ทุ่งโปรงทอง" จี้ "ทต.ปากน้ำประแสร์" เร่งจัดระเบียบ แนวทางกำกับดูแลให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและป้องกันปัญหาความขัดแย้งในอนาคต
"ครม." ไฟเขียว ขยาย "ไทยช่วยไทยพลัส" อีก 1,000 บาท ใช้จ่ายช่วงเดือน ต.ค.-พย. ครอบคลุม 47 ล้านคน ภายใต้งบฯเงินกู้ก้อนเดิม ไม่ยุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน
เปลี่ยนชีวิตด้วยสองมือ! “อาชีวะสร้างช่างฝีมือ” เปิดโอกาสเรียนฟรี 1 ปี ฝึกจริง มีอาชีพติดตัว
"รมช.ดีอี" แจงสวน "การดี" อย่าจินตนาการกล่าวหา ยัน "กรมบัญชีกลาง" แจ้ง โครงการ TH-AI Passport ไม่เข้าเกณฑ์ทำข้อตกลงคุณธรรม
ฝ่ายค้านระส่ำ! “กล้าธรรม” ถูกปรับพ้นพรรคร่วมฯ ปมโหวตงบฯ 70 จับตาสถานะ "สีเขียว" เปลี่ยนขั้ว หรือ เป็นฝ่ายค้านอิสระ รอโอกาส??!
“ประเสริฐ” เดินหน้าตรวจทุจริตอาหารกลางวัน! จับมือท้องถิ่น-สตง.เข้ม พร้อมใช้ Thai School Lunch ตรวจทั้งโภชนาการ-จัดซื้อจัดจ้าง

ดู LIVE รายการ