ภายหลังจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ณ อาคารเฮียวเคกัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
เพื่อเผยแพร่ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ อันเป็นข้อมูลประกอบการผลักดันชุดไทยพระราชนิยม
ให้ได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโกในเดือนธันวาคม 2569
โดยหนึ่งไฮไลท์ที่กลายเป็นที่พูดถึง และสร้างความประทับใจถึงความงดงามของ “ชุดไทยเรือนต้น ที่นำผ้าไหมลวดลายเซเลอร์มูนมาใช้เป็นผ้านุ่ง

ซึ่งลวดลายจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น ปรากฏอยู่บนผืนผ้าไทย โดยมีนางแบบอย่าง คุณโอปอล สุชาตา ช่วงศรี มิสเวิลด์คนแรกของไทย เป็นผู้สวมใส่ชุดดังกล่าว
ขณะที่รูปแบบการตัดเย็บและการแต่งกาย ยังคงอ้างอิงลักษณะของชุดไทยเรือนต้น การนำผ้าทอลวดลายดังกล่าวมาใช้ จึงเป็นตัวอย่างของการผสมผสานวัฒนธรรมไทยและญี่ปุ่นผ่านงานสิ่งทอ โดยมีผ้าไหมเป็นวัสดุสำคัญที่เชื่อมโยงรูปแบบการแต่งกายทั้งสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
ชุดไทยเรือนต้นเป็นหนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มีรูปแบบเรียบง่าย เหมาะสำหรับการแต่งกายในโอกาสที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป
ตัวเสื้อเป็นเสื้อแขนกระบอก คอกลมตื้น ไม่มีขอบตั้ง ผ่าอกด้านหน้าและติดกระดุม โดยแยกชิ้นจากผ้านุ่ง ส่วนผ้านุ่งนิยมใช้ผ้าซิ่นป้ายหน้า ความยาวจรดข้อเท้า
อาจเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่มีลายริ้วขวาง ลายดอกตามขวาง หรือผ้าพื้นที่มีเชิง ลักษณะดังกล่าวทำให้ชุดไทยเรือนต้นมีความคล่องตัว เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันและงานที่ต้องการความสุภาพเรียบร้อย












