“ดร.ยุทธพร” ชี้ความเชื่อมั่นศก.ดีขึ้น รับเสถียรภาพการเมือง หลังผลพิจารณาคดีฮั้วสว.ย้ำไร้เสี่ยงเกม “เซตซีโร่”

"ดร.ยุทธพร" ชี้ความเชื่อมั่นศก.ดีขึ้น รับเสถียรภาพการเมือง หลังผลพิจารณาคดีฮั้วสว.ย้ำไร้เสี่ยงเกม “เซตซีโร่”

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายกังวลว่า หาก กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาครอบคลุมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวนมาก อาจเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งต่อการทำงานของรัฐบาล เสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

เมื่อมติ กกต.ไม่ยื่นคำร้องต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ความไม่แน่นอนที่เคยแขวนอยู่เหนือรัฐบาลจึงลดลง ทำให้ทิศทางการบริหารประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น และส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจตามไปด้วย

 

ข่าวที่น่าสนใจ

“เมื่อความกังวลทางการเมืองลดลง ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจก็ดีขึ้น เพราะนักลงทุนและภาคธุรกิจสามารถประเมินทิศทางของรัฐบาลและความต่อเนื่องของนโยบายได้ชัดเจนกว่าเดิม ประเทศไทยจึงสามารถเดินหน้าต่อได้” รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว

รศ.ดร.ยุทธพรอธิบายด้วยว่า คดีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 แตกต่างจากมาตรา 235 ซึ่งหลายฝ่ายมักนำมาเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะกรณี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล

มาตรา 235 กำหนดว่า เมื่อศาลรับคำร้องแล้ว ผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ “เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น” ศาลจึงยังสามารถอนุญาตให้ผู้ถูกร้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

แต่มาตรา 226 ไม่มีข้อยกเว้นดังกล่าว หาก กกต.ยื่นคำร้องและศาลฎีการับคำร้อง บุคคลที่ดำรงตำแหน่ง สส.หรือ สว.จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จึงอาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายตามมา โดยเฉพาะกรณีบุคคลที่ดำรงตำแหน่งควบทั้ง สส.และรัฐมนตรี ว่าจะต้องหยุดเฉพาะหน้าที่ สส.หรือกระทบไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย

หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายคนพร้อมกัน ย่อมส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศ การขับเคลื่อนนโยบาย และความเชื่อมั่นของภาคเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

รศ.ดร.ยุทธพรกล่าวว่า มติของ กกต.ครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะต่อผู้ถูกกล่าวหา แต่ช่วยคลายความไม่แน่นอนทางการเมืองในภาพรวม ทำให้รัฐบาลสามารถกลับไปเดินหน้าบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ควรถือว่าตนเองผ่านพ้นทุกปัญหา เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อจากนี้คือผลงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ รายได้ และปากท้องของประชาชน

“ผลของ กกต.ทำให้ประเทศเห็นทิศทางชัดขึ้น รัฐบาลเดินหน้าต่อได้ เศรษฐกิจคลายความกังวล แต่ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจะยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลสามารถเปลี่ยนเสถียรภาพทางการเมืองให้กลายเป็นผลงานที่ประชาชนจับต้องได้มากเพียงใด” รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ดร.ยุทธพร" ชี้ความเชื่อมั่นศก.ดีขึ้น รับเสถียรภาพการเมือง หลังผลพิจารณาคดีฮั้วสว.ย้ำไร้เสี่ยงเกม “เซตซีโร่”
“เฮียหลอ” นำทีมวอลเลย์บอลเยาวชนชาย-หญิงเมืองย่าโม เข้าร่วมแข่งขันวอลเลย์บอล 2 รายการใหญ่
"เอกนัฏ" ลุยเปลี่ยน "โครงสร้างพลังงานไทย" แก้ภาระแฝงลดค่าไฟ หนุนปชช.เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า กระจายโซลาร์รูฟท็อปเข้าถึงครัวเรือน สู่แผน PDP ใหม่
เครื่องติดแล้ว!! "ทนายตั้ม" เดินหน้าลุยแหลก นัดเครือข่ายคนพิการฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ร้องขอเป็นธรรมรื้อโควตาสลากฯโดนโกง ลั่นหลักฐานพร้อมมาก!??
โคราชเปิดปฏิบัติการฟ้าสาง บุกจับแก๊งตระเวนลักมันสำปะหลัง ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 20 ราย พบ 2 ผู้ต้องหา ซ่อนตัวในห้องน้ำกลางความมืด
เส้นทางชีวิตเซียน!! "โทน บางแค" ส่งคืนทรัพย์สิน 11 รายการ บ้านที่ดิน รถยนต์ Bentley นาฬิกา-กระเป๋าแบรนด์เนม ให้ "มาดามเก่ง" แล้ว ตีมูลค่าให้ 60 ล้าน เหลือหนี้ค้างจ่ายอีกกว่า 262 ล้าน

ดู LIVE รายการ