เปิดใจหนึ่งเดียว!! “ฝ่ายค้าน”อบต.ราชาเทวะ ลั่นไม่คุ้มค่า ค้านลงทุน “แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ” มูลค่าเฉียด 400 ล้าน แฉยับถลุงงบฯ 12 ล้านพาคนสูงวัย จนท.ทัวร์ดูงานเชียงใหม่

เปิดใจหนึ่งเดียว!! “ฝ่ายค้าน”อบต.ราชาเทวะ ลั่นไม่คุ้มค่า ค้านลงทุน "แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ" มูลค่าเฉียด 400 ล้าน แฉยับถลุงงบฯ 12 ล้านพาคนสูงวัย จนท.ทัวร์ดูงานเชียงใหม่

จากกรณีประเด็นความขัดแย้งโครงการ “แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ” โครงการตลาดโบราณมูลค่าเฉียด 400 ล้านบาทของ อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ ที่ฝ่าฝืนคำสั่งเดินหน้าสร้างอาคารถาวรรุกล้ำ “คลองลาดกระบัง” ซึ่งเป็นทางน้ำสายสำคัญ จนล่าสุดกรมชลประทานสั่งเฉียบขาดให้รื้อถอนทิ้งภายใน 30 วันเพราะกีดขวางทางน้ำ พร้อมถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความโปร่งใสที่มีเอกชนชนะประมูลเพียงรายเดียว

ล่าสุด วันนี้ (19 ก.ย.69) ทีมข่าวพูดคุยกับนายแดง ปานทอง สมาชิกสภา อบต.ราชาเทวะ หมู่ 11 จ.สมุทรปราการ ซึ่งถือเป็นฝ่ายค้านเพียงคนเดียวในสภา อบต.ราชาเทวะ และเป็นผู้ที่คัดค้านโครงการ “แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ” ที่ อบต.ราชาเทวะ เป็นเจ้าของโครงการก่อสร้างในพื้นที่ซอยกิ่งแก้ว 30 ริมคลองลาดกระบัง ฝั่งตรงข้ามท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายแดง กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข้อมูลว่ากรมชลประทานมีคำสั่งให้รื้อถอนโครงสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้เห็นคำสั่งดังกล่าว โดยเท่าที่ทราบ กรมชลประทานจะมีหนังสือแจ้งเตือน 3 ครั้ง ภายใน 90 วัน หาก อบต.ราชาเทวะยังไม่ดำเนินการ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมาย

 

ข่าวที่น่าสนใจ

สำหรับโครงการดังกล่าว มีแผนดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2570 แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกชื่อ “โครงการจัดสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชน Community Mall ยุคสุโขทัยกับยุคอยุธยา” งบประมาณ 200 ล้านบาท และช่วงที่ 2 “Community Mall ยุคอยุธยากับยุครัตนโกสินทร์” งบประมาณอีก 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 400 ล้านบาท โดยตามเอกสารแผนพัฒนาโครงการ ระบุวัตถุประสงค์เพื่อสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชนย้อนยุค กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน และสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

นายแดง กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการประชุมสภา อบต. ตนเองตั้งกระทู้ถามถึงเหตุผลและความคุ้มค่าของโครงการมาโดยตลอด ทั้งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ งบประมาณก่อสร้าง รวมถึงการขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ แต่ไม่ได้รับคำชี้แจงหรือเอกสารการขออนุญาตก่อสร้างมาแสดงต่อสมาชิกสภา รวมถึงไม่มีการทำประชาพิจารณ์ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงตั้งข้อสังเกตว่า โครงการและงบประมาณถูกกำหนดขึ้นมา ก่อนนำเข้าสู่สภาเพื่อขออนุมัติหรือไม่

นายแดง ยังมองว่า พื้นที่ก่อสร้างริมคลองลาดกระบัง ฝั่งตรงข้ามสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่เหมาะสม เนื่องจากคลองดังกล่าวเป็นคลองระบายน้ำที่มีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่สนามบิน จึงไม่ควรมีสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางทางระบายน้ำ ขณะที่ทางเข้าโครงการเป็นซอยขนาดเล็ก และบางส่วนเป็นพื้นที่ของเอกชน ยังไม่มีทางเข้า-ออกที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีพื้นที่จอดรถรองรับ

นายแดง กล่าวว่า แม้จะเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา อบต.ราชาเทวะ แต่ไม่สามารถเอาชนะเสียงส่วนใหญ่ที่สนับสนุนโครงการได้ พร้อมตั้งคำถามว่า สมาชิกที่เห็นด้วยกับโครงการได้ศึกษาข้อมูล ทั้งข้อกฎหมาย ผลกระทบ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่

โดยจากการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่อยู่ตามแนวก่อสร้าง ส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามว่า หากโครงการ “แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ” ก่อสร้างแล้วเสร็จ ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อะไรอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนงบประมาณในการก่อสร้าง นายแดง อธิบายว่า มาจากรายได้ภาษีในพื้นที่ ซึ่ง อบต.ราชาเทวะ สามารถจัดเก็บได้ปีละนับพันล้านบาท หากมีงบประมาณเหลือก็จะทบไปใช้ในปีต่อไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นที่มาของการจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด

นายแดง ยังกล่าวถึงโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ของ อบต.ราชาเทวะ ซึ่งพาประชาชนและเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 1,600 คน ไปจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายนที่ผ่านมา ใช้งบประมาณกว่า 12 ล้านบาท โดยตนเองไม่ได้ร่วมเดินทาง เพราะไม่ต้องการใช้งบประมาณที่เห็นว่าเกินความจำเป็น

นายแดง ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เดินทางส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ขณะที่คนหนุ่มสาวหรือกลุ่มที่สามารถนำความรู้จากการศึกษาดูงานมาต่อยอดมีไม่มาก พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นที่ต้องพาคนไปจำนวนมากถึง 1,600 คน และใช้รถบัสมากกว่า 35 คัน อีกทั้งยังอ้างว่าได้รับข้อมูลว่าผู้สูงอายุบางรายกลับจากการดูงานแล้วล้มป่วย

เท่าที่ทราบ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ของ อบต.หลายแห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่มีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 500 คน และใช้งบประมาณเพียงหลักล้านต้น ๆ จึงมองว่าการใช้งบกว่า 12 ล้านบาทในครั้งนี้อาจไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า

นายแดง ยืนยันว่า การออกมาแสดงความเห็นและคัดค้านโครงการ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวกับฝ่ายใด แต่ต้องการให้เงินภาษีถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่เป็นการใช้งบประมาณที่เกิดประโยชน์กับคนเพียงบางกลุ่ม

 

สำหรับโครงการดังกล่าว มีแผนดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2570 แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกชื่อ “โครงการจัดสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชน Community Mall ยุคสุโขทัยกับยุคอยุธยา” งบประมาณ 200 ล้านบาท และช่วงที่ 2 “Community Mall ยุคอยุธยากับยุครัตนโกสินทร์” งบประมาณอีก 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 400 ล้านบาท โดยตามเอกสารแผนพัฒนาโครงการ ระบุวัตถุประสงค์เพื่อสร้างตลาดศูนย์การค้าชุมชนย้อนยุค กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน และสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

นายแดง กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการประชุมสภา อบต. ตนเองตั้งกระทู้ถามถึงเหตุผลและความคุ้มค่าของโครงการมาโดยตลอด ทั้งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ งบประมาณก่อสร้าง รวมถึงการขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ แต่ไม่ได้รับคำชี้แจงหรือเอกสารการขออนุญาตก่อสร้างมาแสดงต่อสมาชิกสภา รวมถึงไม่มีการทำประชาพิจารณ์ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงตั้งข้อสังเกตว่า โครงการและงบประมาณถูกกำหนดขึ้นมา ก่อนนำเข้าสู่สภาเพื่อขออนุมัติหรือไม่

นายแดง ยังมองว่า พื้นที่ก่อสร้างริมคลองลาดกระบัง ฝั่งตรงข้ามสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่เหมาะสม เนื่องจากคลองดังกล่าวเป็นคลองระบายน้ำที่มีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่สนามบิน จึงไม่ควรมีสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางทางระบายน้ำ ขณะที่ทางเข้าโครงการเป็นซอยขนาดเล็ก และบางส่วนเป็นพื้นที่ของเอกชน ยังไม่มีทางเข้า-ออกที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีพื้นที่จอดรถรองรับ

นายแดง กล่าวว่า แม้จะเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา อบต.ราชาเทวะ แต่ไม่สามารถเอาชนะเสียงส่วนใหญ่ที่สนับสนุนโครงการได้ พร้อมตั้งคำถามว่า สมาชิกที่เห็นด้วยกับโครงการได้ศึกษาข้อมูล ทั้งข้อกฎหมาย ผลกระทบ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่

โดยจากการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่อยู่ตามแนวก่อสร้าง ส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามว่า หากโครงการ “แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ” ก่อสร้างแล้วเสร็จ ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อะไรอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนงบประมาณในการก่อสร้าง นายแดง อธิบายว่า มาจากรายได้ภาษีในพื้นที่ ซึ่ง อบต.ราชาเทวะ สามารถจัดเก็บได้ปีละนับพันล้านบาท หากมีงบประมาณเหลือก็จะทบไปใช้ในปีต่อไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นที่มาของการจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด

นายแดง ยังกล่าวถึงโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ของ อบต.ราชาเทวะ ซึ่งพาประชาชนและเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 1,600 คน ไปจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายนที่ผ่านมา ใช้งบประมาณกว่า 12 ล้านบาท โดยตนเองไม่ได้ร่วมเดินทาง เพราะไม่ต้องการใช้งบประมาณที่เห็นว่าเกินความจำเป็น

นายแดง ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เดินทางส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ขณะที่คนหนุ่มสาวหรือกลุ่มที่สามารถนำความรู้จากการศึกษาดูงานมาต่อยอดมีไม่มาก พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นที่ต้องพาคนไปจำนวนมากถึง 1,600 คน และใช้รถบัสมากกว่า 35 คัน อีกทั้งยังอ้างว่าได้รับข้อมูลว่าผู้สูงอายุบางรายกลับจากการดูงานแล้วล้มป่วย

 

 

เท่าที่ทราบ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ของ อบต.หลายแห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่มีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 500 คน และใช้งบประมาณเพียงหลักล้านต้น ๆ จึงมองว่าการใช้งบกว่า 12 ล้านบาทในครั้งนี้อาจไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า

นายแดง ยืนยันว่า การออกมาแสดงความเห็นและคัดค้านโครงการ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวกับฝ่ายใด แต่ต้องการให้เงินภาษีถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่เป็นการใช้งบประมาณที่เกิดประโยชน์กับคนเพียงบางกลุ่ม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ดร.ยุทธพร" ชี้ความเชื่อมั่นศก.ดีขึ้น รับเสถียรภาพการเมือง หลังผลพิจารณาคดีฮั้วสว.ย้ำไร้เสี่ยงเกม “เซตซีโร่”
“เฮียหลอ” นำทีมวอลเลย์บอลเยาวชนชาย-หญิงเมืองย่าโม เข้าร่วมแข่งขันวอลเลย์บอล 2 รายการใหญ่
"เอกนัฏ" ลุยเปลี่ยน "โครงสร้างพลังงานไทย" แก้ภาระแฝงลดค่าไฟ หนุนปชช.เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า กระจายโซลาร์รูฟท็อปเข้าถึงครัวเรือน สู่แผน PDP ใหม่
เครื่องติดแล้ว!! "ทนายตั้ม" เดินหน้าลุยแหลก นัดเครือข่ายคนพิการฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ร้องขอเป็นธรรมรื้อโควตาสลากฯโดนโกง ลั่นหลักฐานพร้อมมาก!??
โคราชเปิดปฏิบัติการฟ้าสาง บุกจับแก๊งตระเวนลักมันสำปะหลัง ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 20 ราย พบ 2 ผู้ต้องหา ซ่อนตัวในห้องน้ำกลางความมืด
เส้นทางชีวิตเซียน!! "โทน บางแค" ส่งคืนทรัพย์สิน 11 รายการ บ้านที่ดิน รถยนต์ Bentley นาฬิกา-กระเป๋าแบรนด์เนม ให้ "มาดามเก่ง" แล้ว ตีมูลค่าให้ 60 ล้าน เหลือหนี้ค้างจ่ายอีกกว่า 262 ล้าน

ดู LIVE รายการ