วันที่ 17 ก.ย. 69 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม บ้าพลังช่วยด้วย” ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อเข้าให้ปากคำและยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตามที่ DSI ได้นัดหมาย ภายหลังที่ได้เดินทางมายื่นเรื่องให้ตรวจสอบการระดมทุนของ “กัน จอมพลัง” และ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” เพื่อให้สอบสวนข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หรือความผิดตามกฎหมายอื่นหรือไม่

ทนายตั้ม เปิดเผยต่อสื่อมวลชนก่อนเข้าให้ปากคำว่า การเดินทางมาในวันนี้เป็นการเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการและจริงจังเป็นครั้งแรก หลังจาก DSI ได้รับเรื่องไว้เป็นเรื่องสืบสวน โดยประเด็นหลักที่ขอให้ DSI ตรวจสอบ คือ 1.การระดมทุนเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบการรับบริจาคเงินว่าได้นำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคหรือไม่ 2.การจัดซื้อสินค้าแพงเกินราคาท้องตลาด โดยมีข้อสงสัยเรื่องส่วนต่างของราคาของที่นำเงินบริจาคไปซื้อ 3.การตั้งบริษัทนอมินี โดยให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีความเชื่อมโยงกับการจัดตั้งบริษัทนอมินี เพื่อเอื้อประโยชน์ในการกินส่วนต่างเงินบริจาคหรือไม่ และ 4.การใช้นอมินีและบัญชีม้า ว่ามีการให้คนในบริษัทออกมาเปิดบัญชีม้า เพื่อรับโอนเงินบริจาคหรือไม่
ทนายตั้ม ยังระบุอีกว่า หลังจากมีการสอบถามและตั้งประเด็นไปถึงนายกันจอมพลัง พบว่าอีกฝ่ายมีอาการผิดฟอร์มและแปลกไปจากเดิม จากเดิมที่เคยเกรี้ยวกราด ชอบบุกไปบ้านคนอื่น แต่พอตนเองถูกสังคมเรียกร้องให้ชี้แจงและถูกตรวจสอบ กลับใช้วิธีเงียบหาย ไม่กล้าออกมาตอบโต้ ตนจึงขอเปลี่ยนชื่อเรียกจาก “กัน จอมพลัง” เป็น “กัน หมดพลัง” เพราะพอมาเจอ “ตั้ม บ้าพลัง” ก็ถึงกับหมดพลังไปเลย






