ส่งสัญญาณปลุกเร้า “ปิยบุตร” ห่วงสาวกลดเชื่อมั่น เร่งพรรคส้มรุกภารกิจ ขยายฝันปฏิรูปใหญ่ปท. ทำให้เห็นภาพผู้คนต้องการรื้อ สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ส่งสัญญาณปลุกเร้า "ปิยบุตร" ห่วงสาวกลดเชื่อมั่น เร่งพรรคส้มรุกภารกิจ ขยายฝันปฏิรูปใหญ่ปท. ทำให้เห็นภาพผู้คนต้องการรื้อ สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ส่งสัญญาณปลุกเร้า “ปิยบุตร” ห่วงสาวกลดเชื่อมั่น เร่งพรรคส้มรุกภารกิจ ขยายฝันปฏิรูปใหญ่ปท. ทำให้เห็นภาพผู้คนต้องการรื้อ สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

ข่าวที่น่าสนใจ

2 ส.ค. 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนําคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมขนานใหญ่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ จำต้องมีเงื่อนไขทางอัตวิสัย 2 ข้อ เกิดขึ้นเสียก่อน กล่าวคือภายในจิตใจ ความรู้สึกนึกคิดของผู้คนจำนวนมหาศาลในสังคม เห็นพ้องต้องกันว่า

1. จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ อยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้

2. เชื่อว่ามีโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

พรรคการเมืองที่ประกาศตนว่ากำเนิดขึ้นมาเพื่อภารกิจเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ต้องเป็น “กองหน้า” ในการเร่งเร้า ปลุกความคิดจิตใจของผู้คน เพื่อให้สองเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วน ณ เวลานี้ ในประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา น่าจะเกิดเงื่อนไขข้อแรกแล้ว

นับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 + รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 สภาพสังคมไทย ดำเนินมาจนถึงขนาดที่ว่าคนจำนวนมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด การศึกษาใด อาชีพใด ภูมิลำเนาใด สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจใด ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเห็นตรงกันเสมือนเป็นฉันทามติว่า “ต้องเปลี่ยน” แต่ไฉนการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่จึงยังไม่เกิดขึ้น

นายปิยบุตร ระบุอีกว่า ปัญหาอยู่ที่ว่าเงื่อนไขข้อที่ 2 คือ มองเห็น หวัง เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ยังไม่เกิดขึ้น สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้หลายคนสิ้นหวัง อดทนอยู่ต่อไป ย้ายไปอาศัยที่อื่น ทำใจยอมรับสิ่งที่เป็น เอาตนเองให้รอด ทำมาหากิน หาหนทางรวยให้ได้ เพื่อให้ชีวิตสบาย หรือบ้างเลวร้ายกว่านั้น ก็หันเหเข้าสู่ระบบ รับใช้คณะผู้ปกครองผู้มีอำนาจไปเสียเลย

หากเงื่อนไขข้อที่ 2 ยังไม่เกิด ทอดเวลายาวออกไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าไปกัดกินเงื่อนไขข้อที่ 1 นานวันเข้า จากเชื่อมั่นว่าต้องเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ก็จะกลายเป็นเชื่อว่า เอาล่ะ ประเทศไทยก็ได้เท่านี้แหละ เท่านี้ก็เปลี่ยนมาพอได้แล้ว อยู่ต่อไป ไม่ต้องเปลี่ยน

นายปิยบุตรทิ้งท้ายว่า ภารกิจของพรรค “กองหน้า” ผู้ประกาศตนว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยขนานใหญ่ คือ ทำให้คนจำนวนมากมายมหาศาลที่เชื่อว่า “ต้องเปลี่ยน” เชื่อต่อไปว่า “มีโอกาสเปลี่ยน” และ “โอกาสนั้นใกล้เข้ามาแล้ว” ณ เวลานี้ พรรคได้ทำภารกิจนี้แล้วหรือยัง?

ต่อมานายปิยบุตร ยังโพสต์เพิ่มเติมตอนหนึ่งว่า พรรคการเมืองที่ประกาศตนเป็น “กองหน้า” ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยขนานใหญ่ ต้องทำอย่างไรต่อไป? ผมเห็นว่า มีวิธีการอันเป็นรูปธรรมที่พรรคควรเร่งทำ 2 เรื่อง เรื่องแรก การรณรงค์ฉายภาพประเทศไทยในฝันให้สังคมไทยได้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้น เปลี่ยนแล้วจะได้อะไรมาแทนที่สิ่งเก่า พรรคควรอธิบายการปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูปกองทัพ การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขและสวัสดิการ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบภาษี และงบประมาณ การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูปการเกษตร และอีกสารพัดการปฏิรูป หากการปฏิรูปเหล่านี้เกิด ภายในกี่ปี่ ประเทศไทยจะหน้าตาเป็นอย่างไร

เรื่องที่สอง รัฐธรรมนูญใหม่ ประชามติรอบที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่าคนส่วนใหญ่ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญในประเทศนี้ เห็นว่า ต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ พรรคควรใช้ฐานความชอบธรรมนี้ในการรณรงค์ต่อไป นอกจากนี้เพื่อมิให้ติดกับดักกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่คอยขวางการทำรัฐธรรมนูญใหม่ตลอดเวลา พรรคควรขยายความคิดเรื่อง “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” ให้กว้างขวาง

การรณรงค์สองเรื่องนี้ เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมความคิดคนให้เห็นโอกาสของการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม เข้าใจง่าย เห็นภาพชัด โดนใจทุกคน ทุกส่วน เหมาะกับการสร้าง “แนวร่วม” แห่งการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ฝากให้พรรคกองหน้าที่ต้องการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นำไปพิจารณาครับ

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม "CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME" ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
"กรมราชทัณฑ์" จับมือ "พิพิธภัณฑ์บ้านดำ-ไอคอนสยาม" เปิดพื้นที่โชว์ "พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ" The Power of Art Beyond Barriers
"กรมส่งเสริมวัฒนธรรม" ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลประวัติผลงาน เตรียมงานเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2568
"ปลาจรจัด" จตุจักร ประจานความมักง่าย สู่ภาระสังคมที่ตามเช็ดไม่รู้จบ!
พิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระกุศล ณ วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์

ดู LIVE รายการ