“เท้ง ณัฐพงษ์” ออกตัวแทน ขออภัยปมผู้ช่วยอดีตเลขาฯพรรค วิจารณ์สื่อไทยปัญญาอ่อน ฝากสมาชิกส้มเข้าใจเปิดโอกาสให้บ้านใหญ่ร่วมงานการเมือง

"เท้ง ณัฐพงษ์" ออกตัวแทน ขออภัยปมผู้ช่วยอดีตเลขาฯพรรค วิจารณ์สื่อไทยปัญญาอ่อน ฝากสมาชิกส้มเข้าใจเปิดโอกาสให้บ้านใหญ่ร่วมงานการเมือง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ออกตัวแทน ขออภัยปมผู้ช่วยอดีตเลขาฯพรรค วิจารณ์สื่อไทยปัญญาอ่อน ฝากสมาชิกส้มเข้าใจเปิดโอกาสให้บ้านใหญ่ร่วมงานการเมือง

 

ข่าวที่น่าสนใจ

26 เมษายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ช่วยนายศรายุทธ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนไทยว่าปัญญาอ่อน ว่า โดยส่วนตัวต้องกราบขออภัยหากคำพูดที่มีการสื่อสารออกไปจากตัวแทนของพรรค ทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์พรรค หรือนักการเมืองที่เป็นบุคคลสาธารณะ สามารถทำได้ และควรต้องทำอย่างเต็มที่ ดังนั้น กระบวนการภายในไม่ว่าจะมีการพูดคุยตักเตือนหรือไม่ ตนเชื่อว่า นายศรายุทธ์ ได้มีการพูดคุยตักเตือนอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่จะลดบทบาทบ้านใหญ่ภายในพรรค ว่าการทำงานการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต้องเปิดกว้าง เอาผลประโยชน์ของประชาชนหรือเป้าหมายของประเทศเป็นตัวตั้ง ดังนั้น กระบวนการในการคัดเลือกผู้สมัครที่เราจะรีบเคาะให้เร็วเพื่อให้ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าเราต้องพิจารณาเรื่องที่มาที่ไปของเขา แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นที่จะดูนามสกุลอย่างเดียวเท่านั้น อย่าลืมว่ามี สส. รวมถึงแกนนำของพรรคที่อาจจะมีนามสกุลเดียวกับแกนนำพรรคการเมืองอื่น แต่ก็มีอุดมการณ์เข้มข้นพร้อมที่จะอาสาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน

 

ผมเชื่อว่าจะเป็นนามสกุลใดก็ตาม ในพื้นที่ตราบใดที่เจ้าตัวตัดสินใจเข้ามาร่วมเดินทางกับพรรคประชาชนเพื่อทำงานตามอุดมการณ์ของพรรค ผมคิดว่าพวกเราต้องเปิดโอกาส และให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสิน ยิ่งเราเคาะเขาได้เร็วตัดสินได้เร็ว เพื่อให้เขาได้แสดงฝีมือในพื้นที่นอกฤดูกาลเลือกตั้ง ประชาชนก็ยิ่งเห็นความตั้งใจของเขา

เมื่อถามว่า แนวคิดของ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ระบุว่าปัจเจกโด่งดังแล้วกระบวนการพัง พรรคประชาชนมีข้อเสนอแนะอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ดูภาพใหญ่มากกว่า เราต้องมองเห็นปัญหาที่สำคัญของประเทศว่ามีกลุ่มคนไม่กี่คนของประเทศนี้ที่พยายามควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงอำนาจรัฐในทุกช่องทาง เช่นการตั้งคำถามต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) การยุบพรรค การทุจริตคอรัปชั่นที่จะเห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์หลังสุด คนที่อยู่ในอำนาจหรือทุนใหญ่ได้ประโยชน์ก่อนเพื่อน

“ชวนให้ทุกคนกลับมาคิดใหม่ว่าปัญหาเล็กๆ น้อยๆ รายวันที่เรามีความเห็นต่างโดยเฉพาะภายในพรรค หากภายนอก ผมไม่ติดขัด ในฐานะพรรคการเมืองต้องยอมรับคำวิจารณ์ได้หมด แต่ภายในพรรคคำคมที่นายวีระยุทธ ได้นำเสนอไว้ว่ายุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่ปัจเจกโด่งดัง แต่ทำให้ขบวนการพังทลาย เป็นสิ่งที่ผมบอกว่าเมื่อตกผลึกร่วมกันแล้วอะไรที่เห็นต่างภายในพรรคก็ควรที่จะคุยกันภายในพรรค บางครั้งการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่คุยกันจบแล้วภายในพรรค แล้วไปพูดนอกพรรค จะทำให้ภาพรวมของการขับเคลื่อนขบวนการ ไม่เป็นเอกภาพ 3 วันที่ผ่านมาได้คุยกันเรื่องนี้ตกผลึกแล้ว”

 

เมื่อถามถึง กรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชนนั้น จะต้องมีการเคลียร์ใจกันหรือไม่ และการวิจารณ์เช่นนี้จะทำให้พรรคสั่นคลอนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าคำวิจารณ์ของนายปิยบุตรหรือใครก็ตาม จะทำให้พรรคสั่นคลอน ตนอยากให้มองที่ประชาชนมากกว่า ยิ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเท่าเทียมกันทุกพรรค หากตั้งความหวังกับพรรคอื่นเท่ากับพรรคประชาชน หากทุกฝ่ายดำเนินการเช่นนี้ ประโยชน์ก็จะเกิดกับประชาชน ตนเชื่อว่าประเด็นหลายอย่างที่พรรคประชาชนเคยได้รับ พรรคการเมืองอื่นก็อาจจะมี แต่บางครั้งมันกลายเป็นว่าบางส่วนถูกพูดถึง แต่บางส่วนไม่ถูกพูดถึง

“กลับมาที่เรื่องกระบวนการภายในต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่านายปิยบุตรก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น ก็มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการวิพากษ์วิจารณ์พรรคแต่ต่างจากสมาชิกพรรคที่มีเรื่องวินัยข้อบังคับพรรคที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ต้องเป็นไปตามวินัยของพรรค เพื่อให้การเดินทางของพรรคหรือการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีเอกภาพ”

ผู้สื่อข่าวจึงย้อนถามว่า ไม่ใช่แค่คนนอกอย่างเดียว แต่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ออกมาวิจารณ์ว่าสส.บางคนทำตัวเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่านายวิโรจน์พูดในหลักการ อาจจะไม่ได้เจาะจงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และตนอยากให้ถอยกลับมา ไม่อยากให้ดูว่าเป็นนายวิโรจน์หรือนายปิยบุตร เป็นคนวิพากษ์วิจารณ์ ไม่อยากให้ดูที่ตัวบุคคล แต่ดูที่ตัวเนื้อหา หากอยากให้สส.ทำหน้าที่ในสภาอย่างตรงไปตรงมา ให้พรรคการเมืองสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากเอาหลักการนี้เป็นตัวตั้ง โดยถอดหน้าบุคคลที่เป็นคนวิจารณ์ออก สิ่งนั้นเป็นสาระที่เราอยากให้มาถกเถียงกัน ไม่อยากให้ยึดติดตัวบุคคล

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทร.แจงปมเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวทำไมเดินหน้า "เรือฟริเกต" ต่อ
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีปฏิบัติการ "ปราบเซียนนครพิงค์" พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เผยโฉมผู้เนรมิต "ผ้าไหมแพรวา" ราชินีแห่งไหมไทย สู่การสร้างสรรค์ผืนผ้า ที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับจินตนาการใหม่ สู่ลวดลายการ์ตูนเซเลอร์มูน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ "ในหลวง-ราชินี" โปรดเกล้าฯ ผู้ว่านราฯเชิญแจกันดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบสมาชิกอส. สุคิริน ได้รับบาดเจ็บโดนลอบบึ้ม ยิงซ้ำ!!
‘นายกอรัญญา สุวรรณบุตร‘ ผลักดันการศึกษา แถลงข่าวการแข่งขันกีฬานักเรียน นวบูรพา KRASAGAMES 2026
ดร.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ (สว.)เตรียมลุยประชุมวุฒิสภา 21-22 ก.ย. จับตาเหล้า-กากอุตสาหกรรมลาว-ภัยแล้ง

ดู LIVE รายการ