“เท้ง ณัฐพงษ์” โชว์กร้าวลุ้นศาลฎีกาพิจารณาคำร้องป.ป.ช. ลั่นจะไม่หยุดหน้าที่ผู้แทนราษฎร แซะมีเลศนัย โดนกระทำจากคนบางกลุ่มสูญเสียอำนาจ-ผลประโยชน์

"เท้ง ณัฐพงษ์" โชว์กร้าวลุ้นศาลฎีกาพิจารณาคำร้องป.ป.ช. ลั่นจะไม่หยุดหน้าที่ผู้แทนราษฎร แซะมีเลศนัย โดนกระทำจากคนบางกลุ่มสูญเสียอำนาจ-ผลประโยชน์

“เท้ง ณัฐพงษ์” โชว์กร้าวลุ้นศาลฎีกาพิจารณาคำร้องป.ป.ช. ลั่นจะไม่หยุดหน้าที่ผู้แทนราษฎร แซะมีเลศนัย โดนกระทำจากคนบางกลุ่มสูญเสียอำนาจ-ผลประโยชน์

 

ข่าวที่น่าสนใจ

สืบเนื่องจากการที่ ศาลฎีกา นัดประชุมองค์คณะเพื่อพิจารณาคำร้องคดีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยื่นเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย. 69) ฐานทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ประกอบด้วย 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล 2.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 3.นายธีรัจชัย พันธุมาศ 4.น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน 5.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล 6.นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี 7.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ 8.พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ 9.นายนิติพล ผิวเหมาะ 10.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

 

11.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 12.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 13.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา 14.นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 15.นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ 16.นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ 17.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม 18.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 19.น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ 20.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา

21.นายวรภพ วิริยะโรจน์ 22.นายคำพอง เทพาคำ 23.นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ 24.นายทองแดง เบ็ญจะปัก 25.นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ 26.นายจรัส คุ้มไข่น้ำ 27.นายสุเทพ อู่อ้น 28.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 29.นายอภิชาติ ศิริสุนทร

30.นายองค์การ ชัยบุตร 31.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ 32.นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ 33.นายศักดินัย นุ่มหนู 34.นายมานพ คีรีภูวดล 35.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง 36.น.ส.วรรณวิภา ไม้สน 37.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร 38.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 39.นายทวีศักดิ์ ทักษิณ 40.นายสมชาย ฝั่งชลจิตร 41.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล 42.นายวุฒินันท์ บุญชู 43.นายรังสิมันต์ โรม 44.นายสุรวาท ทองบุ

โดยประเด็นที่ถูกจับตาก็คือ ศาลฎีกา จะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ และ รายชื่อ 10 สส.พรรคประชาชน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ประกอบด้วย

1. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

2. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน

3. รังสิมันต์ โรม ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

4. วาโย อัศวรุ่งเรือง ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

5. ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

6. ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

7. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

8. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

9. ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน

10. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน

 

ล่าสุดทางด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ผ่าน x ในหัวข้อ “พวกเราจะไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น “ผู้แทนราษฎร” ว่า ผมเริ่มเดินทางร่วมกับองคาพยพอนาคตใหม่ด้วยความฝัน มุ่งมั่นว่าการเมืองคือเรื่องของคนธรรมดาที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และการเมืองคือเรื่องของทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของประเทศก็ตาม ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับขบวนการอนาคตใหม่เพื่อสร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เราไม่เคยเดินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบ พวกเราเผชิญขบวนการนิติสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยุบพรรค ตัดสิทธิ์​ และการถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ แต่พวกเราเชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่ของพวกเราทุกคน ทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น พร้อมทั้งต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลักนิติรัฐและนิติธรรมที่ประชาชนทุกคนล้วนเสมอภาคและถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

“ผมยืนยันว่าการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของผู้แทนราษฎรอดีตพรรคก้าวไกลในวันนั้น อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่อันชอบด้วยรัฐธรรมนูญในฐานะผู้แทนราษฏรที่มาจากประชาชน ในการใช้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อถกเถียงและพูดคุยในประเด็นอ่อนไหวอย่างมีวุฒิภาวะเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา พวกเรามิได้มีความมุ่งหมายที่จะล้มล้างหรือเซาะกร่อนบ่อนทำลายตามที่ถูกกล่าวหาจากผู้มีอำนาจแต่อย่างใด” นายณัฐพงษ์ ระบุ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผมอยากชวนให้ทุกคนพิจารณาด้วยใจเป็นธรรมว่า การใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน หรือถูกใช้อย่างไม่มีมาตรฐาน กับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะผู้แทนของประชาชน สิ่งใดเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยของเรามากกว่ากัน

ในขณะที่คดีของพวกเราเดินหน้าอย่างรวดเร็ว หลากหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งค้างอยู่ในมือ ป.ป.ช. กลับไม่คืบหน้า จึงต้องถามว่าสรุปแล้วมาตรฐานในการพิจารณาคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ตรงไหนกันแน่

ผมเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราถูกกระทำในวันนี้ สาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่การเสนอร่างกฎหมาย หากแต่เป็นเพราะพวกเราคือตัวแทนของประชาชนที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงซึ่งย่อมทำให้คนบางกลุ่มที่ยึดครองประเทศไทยอยู่ ต้องสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ เมื่อพวกเขาถูกท้าทายจึงต้องต่อสู้กลับ โดยไม่สนใจวิธีการ ไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศ

ในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งแบบใด ผมยืนยันว่าพวกเราผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คน ควรจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรต่อไป

ประการแรก การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เพราะการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปของพวกเราไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือการบริหารราชการแผ่นดิน อันก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากเกินแก่จะเยียวยาได้ในภายหลังได้

ประการที่สอง การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นส่วนสำคัญในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

ประการที่สาม การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คนที่อยู่ในกลุ่มคดี 44 สส. ไม่สามารถกระทำการในทำนองเดียวกันกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ กล่าวคือ พวกเราไม่สามารถเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีลักษณะคล้ายหรือทำนองเดียวกับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้อีก

ประการสุดท้าย การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คนต่อไป ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงของศาลฎีกา หรือกระทำการยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. แสวงหาข้อเท็จจริงไปหมดแล้ว

กลับกัน หากศาลฎีกาจะสั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย่อมส่งผลกระทบต่อการปกครองระบอบรัฐสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่น หรือแม้แต่ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมดเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าทำหน้าที่ในฐานะ “ผู้แทนราษฎร” ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างประชาชนกับสภาผู้แทนราษฎรและการบริหารราชการแผ่นดิน เพียงเพราะว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจหน้าที่ที่ตนมีตามรัฐธรรมนูญในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับคดีความ เป็นเหตุให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และอาจต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

ดังนั้น ผมย้ำว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าผลออกมาในทิศทางใด ไม่ได้กระทบต่อผู้แทนราษฎรเพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระทบต่ออำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจที่มาจากประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้จึงใหญ่กว่าพวกผม ใหญ่กว่าพรรคประชาชน แต่คือเรื่องของอนาคตประชาธิปไตยไทย และเรื่องของพวกเราทุกคน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทร.แจงปมเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวทำไมเดินหน้า "เรือฟริเกต" ต่อ
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีปฏิบัติการ "ปราบเซียนนครพิงค์" พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เผยโฉมผู้เนรมิต "ผ้าไหมแพรวา" ราชินีแห่งไหมไทย สู่การสร้างสรรค์ผืนผ้า ที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับจินตนาการใหม่ สู่ลวดลายการ์ตูนเซเลอร์มูน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ "ในหลวง-ราชินี" โปรดเกล้าฯ ผู้ว่านราฯเชิญแจกันดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบสมาชิกอส. สุคิริน ได้รับบาดเจ็บโดนลอบบึ้ม ยิงซ้ำ!!
‘นายกอรัญญา สุวรรณบุตร‘ ผลักดันการศึกษา แถลงข่าวการแข่งขันกีฬานักเรียน นวบูรพา KRASAGAMES 2026
ดร.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ (สว.)เตรียมลุยประชุมวุฒิสภา 21-22 ก.ย. จับตาเหล้า-กากอุตสาหกรรมลาว-ภัยแล้ง

ดู LIVE รายการ