“หมอวาโย” เผยวิธีสู้คดีป.ป.ช.ร้องศาลฎีกาฯไม่มีอำนาจพิจารณา ชี้ถ้าสั่ง “เท้ง ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลร้ายการปกครองฯ

"หมอวาโย" เผยวิธีสู้คดีป.ป.ช.ร้องศาลฎีกาฯไม่มีอำนาจพิจารณา ชี้ถ้าสั่ง "เท้ง ณัฐพงษ์" ผู้นำฝ่ายค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลร้ายการปกครองฯ

วันที่ 16 เมษายน 2569 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี เลขาฯป.ป.ช.เปิดเผยว่าศาลฎีกาได้นัดพิจารณารับคำร้องคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้ มาตรา 112 ผิดจริยธรรมร้ายแรง ในวันที่ 24 เมษายนนี้ว่า ในส่วนนี้คิดว่าเป็นขั้นปฏิสัมพันธ์ของทางศาล กับป.ป.ช.ในฐานะผู้ร้อง ส่วนพรรคประชาชนเราได้ยื่นเรื่องต่อศาลไปแล้วใน 3 ประเด็นก่อนหน้านี้ ก่อนศาลจะพิจารณารับเรื่องจากป.ป.ช. ศาลจึงยังไม่จำเป็นต้องแจ้งเรา แต่หลังจากนี้ถ้ารับเรื่องเราแล้วถึงจะเป็นการปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้น

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นพ.วาโย ยังเปิดเผยถึงประเด็นที่ได้ยื่นต่อศาลไป 3 ประเด็น ได้แก่

1. ขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 235 ให้ผู้คัดค้านหรือกลุ่มของตนยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะ 10 คนในจำนวน 44 คนนี้ เป็นสส.อยู่ โดยเฉพาะกรณีของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งก็คิดว่าน่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ในเร็วๆ นี้อยู่แล้ว

2. ใช้ ป. วิแพ่งมาตรา 24 ขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นก่อน และมีคำสั่ง ไม่ประทับรับฟ้อง โดยชี้ว่าป.ป.ช.ไม่มีอำนาจ อีกทั้งยังมีการพิจารณาข้อร้องเรียนโดยมิชอบทั้งในชั้นของการไต่สวน และชั้นการมีมติ

3.ศาลฎีกาเองก็ไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดีดังกล่าว เนื่องจากการเสนอแก้กฎหมายของ สส.นั้น เป็นไปหลักการใช้อำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งการพิจารณาลักษณะนี้เป็นอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ

 

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์เลวร้ายสุดศาลรับและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทางพรรคมีมาตรการรับมืออย่างไรบ้าง นพ.วาโย กล่าวว่า กรณีเลวร้ายสุด ส่วนพวกตนนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเราเป็นฝ่ายค้านมี 120 เสียงก็จะเหลือ 110 เสียง หากเป็นฝ่ายรัฐบาลก็มีผลพอสมควร แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้านจึงไม่ได้มีปัญหา อีกทั้งทางออกยังมีอีกเยอะแยะ คือ อาจพิจารณาลาออกให้รันลำดับ สส.ขึ้นมา แต่เราไม่ได้พิจารณา เพราะเราไม่ได้อยากจะทำแบบนั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือตัวคุณณัฐพงษ์ เพราะเป็นว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ หมายความว่าศาลสั่งผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็จะส่งผลร้ายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ที่จะไม่มีผู้นำฝ่ายค้านหรือฝ่ายตรวจสอบอยู่ในสภา ก็จะส่งผลเสียหายซึ่งตรงนี้ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราส่งไปทางศาลฎีกา เพื่อให้สั่งเป็นอย่างอื่นและให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามหากผลออกมาเลวร้ายสุด ก็อยู่ที่ว่าจะมีการพิจารณาตัวผู้นำฝ่ายค้านอย่างไรต่อไป ถ้าจำเป็นจริงๆก็อาจจะต้องทำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทร.แจงปมเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวทำไมเดินหน้า "เรือฟริเกต" ต่อ
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีปฏิบัติการ "ปราบเซียนนครพิงค์" พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เผยโฉมผู้เนรมิต "ผ้าไหมแพรวา" ราชินีแห่งไหมไทย สู่การสร้างสรรค์ผืนผ้า ที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับจินตนาการใหม่ สู่ลวดลายการ์ตูนเซเลอร์มูน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ "ในหลวง-ราชินี" โปรดเกล้าฯ ผู้ว่านราฯเชิญแจกันดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบสมาชิกอส. สุคิริน ได้รับบาดเจ็บโดนลอบบึ้ม ยิงซ้ำ!!
‘นายกอรัญญา สุวรรณบุตร‘ ผลักดันการศึกษา แถลงข่าวการแข่งขันกีฬานักเรียน นวบูรพา KRASAGAMES 2026
ดร.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ (สว.)เตรียมลุยประชุมวุฒิสภา 21-22 ก.ย. จับตาเหล้า-กากอุตสาหกรรมลาว-ภัยแล้ง

ดู LIVE รายการ