“แม่น้ำกก” กำลังป่วย อย่าปล่อยให้วิกฤตสารพิษ คร่าชีวิตทั้งคนและสัตว์

"แม่น้ำกก" กำลังป่วย อย่าปล่อยให้วิกฤตสารพิษ คร่าชีวิตทั้งคนและสัตว์

แม่น้ำกก สายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเชียงรายและเชียงใหม่ กำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ สายน้ำที่กำลังถูกบีบคั้นด้วยภาวะปนเปื้อนของโลหะหนัก ทั้งสารหนู ตะกั่ว และแร่หายาก คุณภาพน้ำที่ต่ำกว่ามาตรฐานการอุปโภค-บริโภค มีผลโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของทั้งคนไทยและสัตว์น้ำตั้งแต่วันนี้และต่อไปในอนาคต หากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข

นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะท้องถิ่น และไม่ใช่ข่าวที่มีการรายงานและหายไปกับสายลม เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่คุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แต่กำลังเชื่อมโยงและไหลลงสู่ลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญระดับภูมิภาคที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับล้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งคน สัตว์ พืช ป่าไม้ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารทั้งหมดกำลังสั่นสะเทือนพร้อมกัน

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

วันนี้ วิกฤตแม่น้ำกกไม่ใช่ “ปัญหาสิ่งแวดล้อม” อีกต่อไป แต่คือ “วิกฤตสิทธิมนุษยชนและสุขภาพสาธารณะ” ที่รัฐบาลใหม่ต้องถือเป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติในการปรับปรุงค่ามาตรฐานให้เหมาะกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ในทุกพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่าน

หลักฐานทางสุขภาพที่เผยแพร่ต่อสาธารณะโดยกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2569 จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยทีมของ ดร.ศิริวรรณ กันติสินธุ์ หัวหน้าสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตรวจเล็บและเส้นผมของชาวบ้านริมแม่น้ำกก และพบว่า 17.78% มีระดับสารหนูเกินมาตรฐาน พร้อมอาการเจ็บป่วยทางระบบประสาทและผิวหนังเริ่มปรากฏอย่างชัดเจน นี่จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก

“นี่คือสัญญาณเตือนว่าการสะสมโลหะหนักในร่างกายกำลังเกิดขึ้นจริงในคนตอนนี้ ไม่ใช่อนาคต และเกิดขึ้นในประเทศไทย”

คำถามสำคัญ คือ “ประชาชนกำลังรับสารพิษจากที่ใด?” น้ำประปา? อาหาร-ผัก? หรือปลาจากแม่น้ำ? นี่คือเรื่องที่รัฐต้องวางแผนตรวจสอบอย่างเป็นระบบทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ทดลองทางพิษวิทยาโดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและการจัดการภัยพิบัติ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ยืนยันผลกระทบในระดับที่น่าตกใจจากกลุ่มตัวอย่าง 25 คน ที่อาศัยริมแม่น้ำกกพบว่า กว่า 80% มีโลหะหนักในร่างกาย และที่น่าห่วงที่สุดคือการพบในปัสสาวะของเด็กอายุเพียง 2–8 ปี

น้ำคือหัวใจของทุกชีวิต เมื่อสายน้ำกกป่วย ทุกชีวิตบนลุ่มน้ำนี้ก็ป่วยตามเมื่อคุณภาพน้ำที่ต่ำกว่ามาตรฐาน กระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ก็ตามมาเป็นห่วงโซ่ หากความเช้มข้นของสารพิษเหล่านี้ในน้ำเพิ่มมากขึ้น เราคงเห็นปลาและสัตว์น้ำอื่นตายลอยน้ำให้เห็นแน่นอน คงมีเพียงปลาชนิดพิเศษที่มีความทนต่อสารพิษสูงเท่านั้นที่อาจจะรอดได้

 

ประมงพื้นบ้านต้องสูญเสียทั้งรายได้และความปลอดภัย, ฟาร์มสัตว์น้ำที่ไม่สามารถรับประกันคุณภาพผลผลิต, วิถีชีวิตของชาวบ้านที่ใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคทุกวัน ความมั่นคงทางอาหารของทั้งภูมิภาค และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอาจหายไปในพริบตา
สำคัญที่สุด คือ หากน้ำจากแม่น้ำกกคือแหล่งน้ำหลักเพื่อการผลิตน้ำประปาของจังหวัดเชียงราย และถ้าน้ำประปามีสารพิษที่มองไม่เห็น การสะสมในร่างกายของประชาชนระยะยาวย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือความเสี่ยงที่ไม่อาจรอให้เกิดขึ้นก่อนจึงค่อยแก้ไข

แม่น้ำกกมีค่าโลหะหนักในบางจุดที่ยัง “ไม่เกินมาตรฐาน” แล้วเหตุใดเราจึงยอมรับให้มีสารพิษใดๆ ในสายน้ำที่ผู้คนนับล้านใช้ดื่ม กิน และทำมาหากิน?”

ข้อมูลจากหน่วยงานราชการของไทยหลายแห่งชี้ชัดว่าแหล่งกำเนิดการปนเปื้อนของสารพิษเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับกิจการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา และเมื่อฤดูฝนที่จะมาถึงในเดือนพฤษภาคม น้ำหลากจะพัดพาสารพิษลงแม่น้ำกกมากขึ้น และผลกระทบจะขยายวงกว้างจนยากจะแก้ไขได้ทันท่วงที

รัฐบาลใหม่ต้องใช้ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในมืออย่างจริงจัง ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดนโยบายแก้ปัญหาคุณภาพของน้ำที่ต้นน้ำอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ

แม่น้ำกกกำลังมีปัญหาหนัก คือวิกฤตเร่งด่วนระดับชาติและหากยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ตรงจุด เชื่อได้ว่าไทยจะเห็นวิกฤตด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่จากโลหะหนักที่ยากจะย้อนกลับไปเยียวยาได้

นี่คือเวลาที่รัฐบาลใหม่ต้องแสดงความกล้าหาญทางนโยบาย นี่คือเวลาที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมกันผลักดัน และนี่คือเวลาที่เราทุกคนต้องยืนหยัดเพื่อรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ ทั้งสิทธิในการมีและเข้าถึงน้ำสะอาด อาหารปลอดภัย และชีวิตที่ไม่ต้องเจ็บป่วยเพราะโลหะหนักจากต้นน้ำที่ไร้การควบคุม

แม่น้ำกกกำลังป่วย แต่ยังมีโอกาสรักษาได้ไม่ยาก หากแต่ต้องการหมอยาที่เชี่ยวชาญและแก้ไขตรงจุด ซึ่งรัฐบาลต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญ ลงมือทันทีอย่างจริงจัง รอบคอบและรอบด้าน เพื่อหยุดผลกระทบทั้งปวง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ผู้ว่าฯ ระยอง วางศิลาฤกษ์สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ
“ฐิติมา ฉายแสง” เปิดสัมมนา “รู้ทัน AI รู้ทันมิจฉาชีพ” สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้ประชาชน
"ป.ป.ช.พิจิตร" ลงพื้นที่ติดตามโครงการป้องกันน้ำท่วมชุมชนวังกรด งบ 198 ล้านบาท โครงสร้างต้องเป๊ะ มุ่งสร้างมาตรฐาน โปร่งใส และคุ้มค่าต่อปชช.
“มนัส โกศล” นำทีมพรรคแรงงานสร้างชาติ ลงใต้ พบประชาชนตรัง รับเรื่องร้องทุกข์-ดันนโยบายเกษตรและสิทธิประชาชน
"สื่อตปท." ตีข่าว "นายกฯอนุทิน" ลุยเด็ดขาด สั่งรื้อระเบียบ จัดการจริงจังต่างชาติทำผิดกม. หลังก่อปัญหาหนักขยายธุรกิจนอมินี ก่ออาชญากรรมแหล่งท่องเที่ยว!!
"รัฐบาล" ย้ำค่าป่วยการ อสม. อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ไร้ผลกระทบแม้ถ่ายโอนภารกิจ ขออย่ากังวล

ดู LIVE รายการ