AFP รายงานว่าธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (8 มค.) เผยว่าธนาคารปรินซ์ซึ่งก่อตั้งโดยเฉิน จื้อ หัวหน้าแก๊งฉ้อโกงชื่อดังเชื้อสายจีน “ถูกสั่งให้ปิดกิจการตามกฎหมายของราชอาณาจักรกัมพูชา” โดยมีการแต่งตั้งบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี โมริซอนคัก เอ็มเคเอ เป็นผู้ดำเนินการปิดกิจการ
ปรินซ์แบงก์เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทปรินซ์โฮลดิ้งของเฉิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของกัมพูชา อย่างไรก็ตามสหรัฐชี้ว่าปรินซ์กรุ๊ปทำหน้าที่เป็นฉากบังหน้าของ “หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย”
แบงก์ชาติกัมพูชาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ลูกค้าที่มีเงินฝากกับธนาคารปรินซ์ “สามารถถอนเงินได้ตามปกติโดยให้เตรียมเอกสารสำหรับการถอน” ส่วนผู้กู้ก็ “ต้องชำระหนี้ต่อไปตามปกติเช่นกัน”
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว AFP ซึ่งไปสังเกตการณ์ที่ธนาคารปรินซ์สาขากรุงพนมเปญรายงานว่าไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียวในช่วงเช้าวันนี้ (พฤหัสที่ 8 มค.) โดยปรินส์แบงค์มีสาขาทั้งหมด 36 สาขาทั่วกัมพุชา และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท)
เฉิน จื้อซึ่งเป็นชาวจีนโดยกำเนิด ถูกสหรัฐและอังกฤษใช้มาตรการคว่ำบาตรเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ฐานเป็นผู้บงการแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์ ซึ่งดึงดูดมิจฉาชีพจำนวนหลายร้อยคนให้ลักลอบเข้ามาทำงานในกัมพูชา ซึ่งล่าสุดกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาออกมาเปิดเผยเมื่อวานนี้ (พุธที่ 7 มค.) ว่าตำรวจกัมพูชาได้เข้าจับกุมนายเฉินและชาวจีนอีก 2 คนและได้ส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนเรียบร้อยแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 มค.) ตามคำขอของทางการจีนหลังจากตามสืบสวนมานานหลายเดือน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างจีนกับกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังไม่ออกแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจับกุมเฉิน ขณะที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น
เจคอบ แดเนียล ซิมส์ ผุ้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมข้ามชาติที่ศูนย์เอเชีย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ของสหรัฐกล่าวว่า“การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการกดดันรัฐบาลกัมพูชาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน กรณีให้ที่พักพิงและสนับสนุนเฉินจื้อ และว่ากลุ่มธุรกิจฉ้อโกงส่วนใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายสิบแห่งในกัมพูชาได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากรัฐบาล ซึ่งซิมส์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกดดันจากนานาชาติอย่างต่อเนื่องต่อ “กลุ่มผู้มีอำนาจที่ลงทุนในธุรกิจฉ้อโกง” เหล่านี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์มาโดยตลอด โดยอ้างว่ากำลังกวาดล้างอย่างแข็งขัน
หากถูกตัดสินในสหรัฐ เฉิน จื้ออาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 40 ปีในข้อหาฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน โดยถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังเครือข่ายหลอกลวงเงินสกุลคริบโตและมีส่วนเชื่อมโยงกับบิตคอยน์ประมาณ 127,271 เหรียญที่สหรัฐยึดได้ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 แสนล้านบาท) แต่ปรินซ์กรุ๊ปปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

