ถึงขอโทษทหารก็ไม่จบ “ดร.สุริยะใส” ชี้ ดิจิทัลฟุตพริ้นท์ ไล่บี้ “พิธา-พรรคส้ม” ปชน.หมดแรงรุกศึกเลือกตั้ง เสี่ยงคะแนนดิ่งต่ำกว่า 100 ที่นั่ง

ถึงขอโทษทหารก็ไม่จบ "ดร.สุริยะใส" ชี้ ดิจิทัลฟุตพริ้นท์ ไล่บี้ "พิธา-พรรคส้ม" ปชน.หมดแรงรุกศึกเลือกตั้ง เสี่ยงคะแนนดิ่งต่ำกว่า 100 ที่นั่ง

ถึงขอโทษทหารก็ไม่จบ “ดร.สุริยะใส” ชี้ ดิจิทัลฟุตพริ้นท์ ไล่บี้ “พิธา-พรรคส้ม” ปชน.หมดแรงรุกศึกเลือกตั้ง เสี่ยงคะแนนดิ่งต่ำกว่า 100 ที่นั่ง

ข่าวที่น่าสนใจ

บรรยากาศทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เริ่มทวีความเข้มข้น โดยทุกพรรคเร่งปราศรัยและงัดกลยุทธ์หาเสียงออกมาอย่างเต็มที่ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดทั้งจากพรรคใหญ่และพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งโซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการขุดคุ้ยคำพูดและการกระทำในอดีตของนักการเมือง

หนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกหยิบมาวิเคราะห์ คือสถานการณ์ของ “พรรคส้ม” ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากวาทกรรมและท่าทีในอดีต โดยเฉพาะคำพูดของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรื่อง “ทหารมีไว้ทำไม” ที่ถูกนำกลับมาขยายผลอีกครั้งในช่วงหาเสียง

 

 

 

 

ล่าสุดวันนี้ (9 ม.ค.) รองศาสตราจารย์ ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ในรายการจับตาประเทศไทย ทางช่องท็อปนิวส์ ว่าการออกมาขอโทษของนายพิธาต่อประเด็นกองทัพนั้น “ช้าเกินไป” และยังเป็นการขอโทษที่มีเงื่อนไข โดยโยงไปถึงทหารบางกลุ่ม เช่น การกล่าวถึงนาฬิการาคาแพงหรือสนามกอล์ฟ ซึ่งเป็นการพาดพิงเฉพาะบุคคล แต่กลับสร้างภาพลบต่อกองทัพในภาพรวม ทำให้ความไม่พอใจยิ่งขยายวงกว้าง

 

 

หากต้องการขอโทษให้ดูจริงใจ ควรยอมรับความผิดพลาดตรงไปตรงมาโดยไม่ตั้งเงื่อนไข พร้อมยอมรับว่าบริบทโลกและความมั่นคงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คำพูดในอดีตอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปไกลแล้ว การแก้เกมจึงทำได้ยาก ปัญหาใหญ่ของพรรคส้มในรอบนี้คือการต้อง “ตั้งรับ” แก้โจทย์เก่าที่ถูกขุดขึ้นมาจากร่องรอยดิจิทัล (digital footprint) ไม่ว่าจะเป็นท่าทีต่อกองทัพ มาตรา 112 หรือวาทกรรมทางการเมืองอื่น ๆ ส่งผลให้พรรคหมดพลังในการเปิดเกมรุกทางนโยบายใหม่ ๆ แม้พรรคจะพยายามสร้างจุดขายด้วยการเปิดตัวแคนดิเดตรัฐมนตรี โดยดึงบุคคลภายนอกและเทคโนแครตเข้ามา แต่กลับไม่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างที่คาดหวัง อีกทั้งบางรายยังมี “แผลเก่า” ในอดีต จนถูกฝ่ายตรงข้ามนำมาขยายผลโจมตี ทำให้คะแนนนิยมไม่เพิ่มขึ้น และบางส่วนอาจกลายเป็นผลลบแทน

ดร.สุริยะใส ยังวิเคราะห์เชิงโครงสร้างว่า พรรคส้มยึดมั่นใน “กรอบความคิด” ที่มองระบบการเมืองไทยว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง มีรัฐพันลึกและอำนาจอนุรักษนิยมเป็นตัวฉุดรั้งประเทศ ซึ่งแนวคิดนี้อาจไม่ผิดในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยน โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงและความตึงเครียดระหว่างประเทศ การยึดกรอบเดิมอย่างแข็งตัวกลับทำให้ทางเลือกในการแก้ปัญหาถูกจำกัด

 

จากการประเมินสถานการณ์หาเสียงในช่วงกว่า 10 วันที่ผ่านมา เห็นว่าหากพรรคส้มยังไม่สามารถสร้างประเด็นใหม่ที่ “พลิกเกม” ได้ในช่วง 20–30 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง มีความเป็นไปได้ที่จำนวน ส.ส. จะลดลงต่ำกว่า 100 ที่นั่ง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์บางรายก่อนหน้านี้

ในขณะเดียวกัน ไม่เชื่อว่าพรรคส้มจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่นตามที่เคยประกาศ เพราะในทางปฏิบัติ หากไม่ได้เสียงเกิน 250 ที่นั่งด้วยตัวเอง การเมืองย่อมต้องอาศัยการเจรจาและต่อรอง ซึ่งเป็นธรรมชาติของระบบรัฐสภา

สำหรับภาพรวมสนามเลือกตั้ง ดร.สุริยะใส ประเมินว่ายัง “อ่านยาก” แม้จะมีแนวโน้มว่าพรรคน้ำเงินอาจได้เปรียบจากกระแสความมั่นคง แต่ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับข้อมูลหรือประเด็นใหม่ที่อาจถูกปล่อยออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางเกมได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ดร.สุริยะใสสรุปว่า หากพรรคส้มยังคงวนอยู่กับการแก้คำพูดเก่าและตั้งรับอย่างหนัก โดยไม่สามารถปรับวิธีคิดและสร้างวาทกรรมใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ผลการเลือกตั้งอาจต่ำกว่าที่คาดหมายอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ANNARA Residences เปิดวิลล่าหรู ใกล้หาดบางเทา
NIA จับมืออุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ. จัด Regional Innovation Roadshow ที่กระบี่
สำนักนายกฯ จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี69 ให้บุตรเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมตระหนักคุณค่าความเป็นไทย วัฒนธรรม และสถาบันหลักของชาติ
"วิทยุการบินฯ" วางมาตรการบริหารจราจรทางอากาศ พร้อมรองรับแอร์โชว์ วันเด็กแห่งชาติ 69 แนะประชาชนเผื่อเวลาเดินทาง
"เอกสิทธิ์" เดินสายช่วยผู้สมัครสส."ปวงชนไทย" หาเสียง "ตลาดบองมาเช่-ประชานิเวศน์" รับปากผู้ค้าทำจริง ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน-โอกาสธุรกิจนายจ้าง
ราชบุรี/// ดราม่าไข่เจียวจานละ 400 ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​