“กัมพูชา” แถลงทางการ จับ “เฉิน จื้อ” ประธานกลุ่ม “ปรินซ์ โฮลดิ้ง” ส่งจีน หลังถอดถอนสัญชาติ โวเป็นความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ


ข่าวที่น่าสนใจ
กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาออกแถลงการณ์ ระบุว่า มีการจับกุมตัวเฉิน จื้อ หรือ วินเซนต์ เฉิน ประธานกลุ่มบริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป พร้อมด้วยชาวจีนอีก 2 คนคือสวี จีเหลียง และนายเส้า จีฮุย พร้อมส่งตัวกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ตามคำร้องขอของทางการจีน ภายใต้ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
กระทรวงมหาดไทยระบุเพิ่มเติมว่า สัญชาติกัมพูชาของเฉิน จื้อ ถูกเพิกถอนตามพระราชกฤษฎีกา ตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สามารถดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ขณะที่ทางการจีนยังไม่ออกมาแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจับกุมและการส่งตัวในครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาเฉิน จื้อว่า อยู่เบื้องหลังเครือข่ายหลอกลวงคริปโตเคอร์เรนซีขนาดใหญ่ รวมถึงใช้แรงงานค้ามนุษย์ ภายในศูนย์ปฏิบัติการสแกมออนไลน์หลายแห่งในกัมพูชา เฉินถูกตั้งข้อหาลับหลังในสหรัฐ ฐานสมคบคิดฉ้อโกงผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกและฟอกเงิน โดยอัยการระบุว่า เขาและผู้ร่วมขบวนการ บังคับใช้แรงงาน เพื่อหลอกลวงเหยื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มแชต เพื่อชักจูงให้โอนคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้คำสัญญาผลตอบแทนการลงทุนสูง ก่อนนำเงินไปซื้อทรัพย์สินหรู เช่น เรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ต และภาพวาดของปิกัสโซ
เอกสารฟ้องร้องยังระบุด้วยว่า ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ได้สร้างคอมเพล็กซ์ขึ้นมาอย่างน้อย 10 คอมเพล็กซ์ในกัมพูชา ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่ ก็เป็นแรงงานข้ามชาติที่ถูกกักขังและถูกบังคับให้ทำงาน ด้วยการให้ติดต่อเหยื่อหลายพันรายต่อวัน ต่อมา ทางสหรัฐได้มีการยึดบิตคอยน์มูลค่ากว่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งผู้อำนวยการ FBI ระบุว่า นี่เป็นหนึ่งในการทลายคดีฉ้อโกงทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ธุรกิจในเครือของเฉิน ก็ยังถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐและสหราชอาณาจักร ในฐานะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอีกด้วย

เฉิน จื้อ วัย 37 ปี เป็นประธานผู้ก่อตั้งปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และสินค้าอุปโภคบริโภค มีโครงการในกัมพูชามูลค่ารวมกว่าสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ พรินซ์ พลาซา ในกรุงพนมเปญด้วย ก่อนเกิดข้อกล่าวหา เฉินได้รับการยกย่องว่าเป็นนักธุรกิจ และเป็นผู้ทำกิจกรรมการกุศลมากมาย อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต และฮุน เซน พร้อมได้รับบรรดาศักดิ์ “เนียะ ออกญา” (หมายถึงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล) จากรัฐบาลกัมพูชา อย่างไรก็ดี เมื่อคดีถูกเปิดโปง รัฐบาลกัมพูชาก็ยืนยันว่า จะให้ความร่วมมือกับต่างประเทศ หากมีคำร้องและหลักฐานที่เป็นทางการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น