โยกย้ายด่วน มติป.ป.ช.ให้ “เอกวิทย์” พ้นหน้าที่กำกับ “สตร.1” โยงข้อกล่าวหาสินบนฉาว “บิ๊กโจ๊ก”

โยกย้ายด่วน มติป.ป.ช.ให้ "เอกวิทย์" พ้นหน้าที่กำกับ "สตร.1" โยงข้อกล่าวหาสินบนฉาว "บิ๊กโจ๊ก"

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีการให้ทองคำแท่งเพื่อช่วยเหลือทางคดี มีผู้ถูกกล่าวหา 6 ราย และได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2569 นั้น ในการประชุมวันที่ 6 ม.ค. 2569 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงมีมติให้กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาพ้นจากหน้าที่ความรับผิดชอบการกำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 (สตร.1) และสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 (สทว.1) ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ติดสินบนเป็นทองคำหนัก 246 บาท แก่นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกกล่าวหารับผล ประโยชน์คดีพนันออนไลน์นั้น ในการประชุม ป.ป.ช. วันที่ 7 ม.ค. จะนำสำนวนคดีดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่า ป.ป.ช. จะรับคดีนี้ไว้ไต่สวนเอง หรือส่งสำนวนกลับให้ตำรวจดำเนินการ โดยมีแนวโน้มว่า ป.ป.ช. จะส่งสำนวนกลับไปให้ตำรวจดำเนินการ เพราะตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจไต่สวนและดำเนินคดีกรณีที่กรรมการ ป.ป.ช. ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาได้ หลังจากที่ ป.ป.ช. มีมติในวันที่ 7 ม.ค. แล้ว จะออกเอกสารข่าวชี้แจงผลการประชุมต่อไป

ข่าวที่น่าสนใจ

ก่อนหน้านั้น มีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช. เห็นว่า ข้อกล่าวหาที่มีต่อนายเอกวิทย์ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงและกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขณะที่นายเอกวิทย์ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ควบคุมดูแลสำนักตรวจสอบทุจริตภาครัฐ 1 (สตร.1) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนการทุจริตที่เกิดขึ้นในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม และอัยการ ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจจะขอให้นายเอกวิทย์ ถอนตัวจากการควบคุมดูแล สตร. 1 และสลับดูแลสำนักงานอื่นแทน

 

นอกจากนั้น ยังมีปัญหาว่าในคดีนี้เมื่อพนักงานสอบสวนหรือตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นในเบื้องต้นจะต้องส่งสำนวนการสอบสวนมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเนื่องจากเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่มีปัญหาเกิดขึ้น ก็คือ เมื่อมีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยกัน แต่เป็นอำนาจของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาซึ่งจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนพิเศษขึ้นมาพิจารณาโดยช่องทางตามกฎหมายต้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อกัน 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อส่งให้ประธานศาลฎีกาดำเนินการต่อไป

“ดังนั้นในกรณีนี้เมื่อพนักงานสอบสวนส่งสำนวนการสอบสวนมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการจะต้องพิจารณาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าจะส่งเรื่องหรือสำนวนไป ในช่องทางไหนเพื่อให้มีการดำเนินการไต่สวนตามกฎหมายได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

EDC Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ 5 ปี ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางดนตรี EDM
โดน "ฮุน เซน" เทแล้ว! รวบ "เฉิน จื้อ" ประธานปรินซ์ กรุ๊ป คุมตัวจากเขมรส่งจีนดำเนินคดี ฉ้อโกง ฟอกเงิน
"พล.อ.รังษี" นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด
ภูเก็ตเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 3/2569
ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 12 เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี
นายกแดง!! เทศบาลบางเมือง นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ต้อนรับปี 69

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​