ศึกสีกากีเดือดพลั่ก “ภาคภูมิ” แฉคลิปมัด”บิ๊กโจ๊ก” ตร.เปิดโชว์สื่อยังไม่ถึงครึ่งหลักฐานจริง ยันส่งทอง 246 บาท ส่งถึง ป.ป.ช.ตามคำสั่ง

ศึกสีกากีเดือดพลั่ก “ภาคภูมิ” แฉคลิปมัด"บิ๊กโจ๊ก" ตร.เปิดโชว์สื่อยังไม่ถึงครึ่งหลักฐานจริง ยันส่งทอง 246 บาท ส่งถึง ป.ป.ช.ตามคำสั่ง

วงการตำรวจสะเทือนทั้งประเทศ เมื่อ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมา “เปิดโปงหมดเปลือก” ยืนยันด้วยปากตัวเอง ว่า เป็นผู้นำทองคำหนัก หนัก 246 บาท มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ไปส่งถึงมือกรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เพื่อเป็นสินบนในการช่วยเหลือด้านคดีความ

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ล่าสุด พ.ต.อ.ภาคภูมิ หนึ่งในตัวละครสำคัญของคดี เปิดเผยผ่านรายการ “จับตาประเทศไทย” ทางสถานีข่าว ท็อป นิวส์ โดย ย้ำชัดว่า เหตุการณ์ส่งมอบทองคำ เกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่บริเวณสมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยเป็นการนัดหมายกันล่วงหน้า มีรถยนต์สีดำจอดรอ แล้วส่งมอบทองคำผ่านกระจกฝั่งคนขับ ซึ่งสามารถมองเห็นกรรมการ ป.ป.ช. นั่งอยู่ภายในรถอย่างชัดเจน

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า มูลค่าทองคำดังกล่าว สูงเกือบ 10 ล้านบาท และเหตุการณ์นี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว แต่มีบุคคลอื่นร่วมรู้เห็น มีการติดตาม บันทึกภาพ และเก็บหลักฐานทุกขั้นตอน พร้อมตั้งคำถามกลับแรง ๆ ว่า “ถ้าไม่รู้จักกัน แล้วจะมานัดเจอกันได้อย่างไร?”

พร้อมระบุด้วยว่า คลิปจำนวน 10 คลิปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำมาเปิดต่อสาธารณะ ในวันนี้ ( 6 ม.ค.) เป็นเพียง “น้ำจิ้ม” เพราะหลักฐานจริงที่มีอยู่ มีมากกว่านั้นอีกหลายเท่า แต่จำเป็นต้องเก็บไว้ใช้ในชั้นศาล เพื่อไม่ให้เสียรูปคดี พร้อมยืนยันว่าหลักฐานทั้งหมด ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า ไม่ตัดต่อ ไม่ใช่ AI และเป็นของจริง

ในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดใจถึงความผิดปกติของกระบวนการตั้งแต่ต้น และตั้งคำถามว่า หากเป็นการช่วยเหลือกันจริง เหตุใดจึงไม่ส่งมอบกันเอง แต่กลับให้เขาเป็นคนกลาง และยังมีการสั่งให้ถ่ายคลิปเก็บไว้ จนทำให้เริ่มรู้สึกว่าอาจกำลังถูก “วางกับดัก”

เมื่อถูกถามถึงข้อสงสัยในสังคมว่า การออกมาแฉครั้งนี้เป็นการ “แลกดีล” เพื่อกลับเข้ารับราชการหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปฏิเสธทันควัน พร้อมย้ำว่า
“ไม่เคยเรียกร้องตำแหน่ง ไม่เคยต่อรองผลประโยชน์ แต่จำเป็นต้องออกมาพูด เพราะกำลังจะถูกโยนให้เป็นแพะ”

ช่วงท้าย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับตรงไปตรงมาว่า การออกมาเปิดเผยความจริงครั้งนี้ อาจทำให้ตนต้องเผชิญโทษทางกฎหมาย แต่อยู่ในจุดที่ “ถอยไม่ได้” เพราะหากเงียบต่อไป จะไม่ใช่แค่ตนเองที่พัง แต่ครอบครัวและตำรวจระดับปฏิบัติการอีกหลายชีวิตอาจถูกลากลงไปด้วย

 

 

ขณะที่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีและพยานหลักฐานให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว ส่วน พ.ต.อ.ภาคภูมิ และผู้เกี่ยวข้องบางส่วน ได้ร้องขอความคุ้มครองความปลอดภัย ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากคดีที่ถูกจับตาว่า อาจเป็นมหากาพย์ล้มยักษ์ในวงการสีกากี ซึ่งทุกฝ่ายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และมีสิทธิ์ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมจนกว่าจะมีคำตัดสินถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

EDC Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ 5 ปี ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางดนตรี EDM
โดน "ฮุน เซน" เทแล้ว! รวบ "เฉิน จื้อ" ประธานปรินซ์ กรุ๊ป คุมตัวจากเขมรส่งจีนดำเนินคดี ฉ้อโกง ฟอกเงิน
"พล.อ.รังษี" นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด
ภูเก็ตเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 3/2569
ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 12 เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี
นายกแดง!! เทศบาลบางเมือง นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ต้อนรับปี 69

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​