ศึกอำนาจตำรวจเดือด “รองแต้ม” ชี้เหตุคน 2 คนแทงหลังกัน พาองค์กรสีกากีดิ่งเหว “บิ๊กโจ๊ก”เจอวิบากกรรมหนัก

“รองแต้ม” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล วิเคราะห์ เหตุคน 2 คนแทงหลังกัน พาองค์กรสีกากีดิ่งเหว “บิ๊กโจ๊ก”เจอวิบากกรรมหนัก

ศึกอำนาจตำรวจเดือด “รองแต้ม” ชี้เหตุคน 2 คนแทงหลังกัน พาองค์กรสีกากีดิ่งเหว “บิ๊กโจ๊ก”เจอวิบากกรรมหนัก – Top News รายงาน

 

รองแต้ม

ความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือที่ถูกขนานนามว่า “ศึกสีกากี” เดินทางมาถึงจุดเดือด หลังปรากฏคดีใหม่ซ้อนคดีเดิม กรณี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หรือ “รองหนึ่ง” ลูกน้องใกล้ชิดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าแจ้งความและให้การกล่าวอ้างว่า มีการวางแผนนำทองคำหนัก 246 บาท มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท มอบให้กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือคดี ประเด็นดังกล่าวจุดชนวนคำถามครั้งใหญ่ต่อทั้งวงการตำรวจและองค์กรอิสระ

ล่าสุด (5 ม.ค. 69) พล.ต.ต.วิชัย สังประไพ หรือ “รองแต้ม” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกมาวิเคราะห์ผ่าน รายการ “จับตาประเทศไทย” ทางสถานีข่าว ท็อป นิวส์ อย่างตรงไปตรงมา ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความเสื่อมขององค์กรตำรวจทั้งระบบ แต่เป็นผลพวงจาก คนเพียง 2 คนที่แย่งอำนาจและผลประโยชน์ จนแทงหลังกันเอง

 

ข่าวที่น่าสนใจ

“รองแต้ม” ระบุว่า ตลอด 1–2 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งดังกล่าวถูกขยายเป็นมหากาพย์คดีความ เพราะต่างฝ่ายต่างตั้งประเด็นต่อสู้ ไม่มีใครยอมถอย ส่งผลให้ภาพลักษณ์องค์กรตำรวจถูกลากเข้าไปอยู่ในวังวนข้อครหา ทั้งที่ต้นเหตุแท้จริงมาจากบุคคล ไม่ใช่ระบบ

 

สำหรับการเคลื่อนไหวของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ที่ยอมออกมา “พลีชีพ” ให้ข้อมูลและร้องทุกข์ด้วยตนเองนั้น “รองแต้ม” มองว่า เป็นการต่อสู้คดีในลักษณะ เอาตัวรอดคนเดียว หลังประเมินแล้วว่า หากปล่อยให้คดีเดินต่อไป ทุกฝ่ายอาจถูกดำเนินคดีพร้อมกัน ยกเว้นบางคนที่อาจหลุดจากกระบวนการ

 

ขณะเดียวกัน กระบวนการพิจารณาของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ถูกจับตาอย่างหนัก หลังมีข้อมูลว่า การไต่สวนเบื้องต้นเคยมีความเห็นไม่ชี้มูลความผิดบางราย ก่อนที่คณะกรรมการชุดใหญ่จะตั้งข้อสงสัยและสั่งให้สอบสวนใหม่ ท่ามกลางปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ เท่ากับยิ่งตอกย้ำคำถามเรื่องความโปร่งใส

 

“รองแต้ม” ยังชี้ว่า ในคดีเรียกรับผลประโยชน์ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการเรียกรับหรือเจรจาตกลงกันแล้ว ความผิดถือว่าสำเร็จตั้งแต่ต้นทาง ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการส่งมอบทรัพย์สินจริง และอำนาจตัดสินใจว่าคดีจะอยู่กับ ป.ป.ช. หรือส่งกลับให้ตำรวจสอบสวนต่อ เป็นดุลพินิจของ ป.ป.ช.

 

 

อย่างไรก็ตาม “รองแต้ม” เห็นว่า หากส่งคดีกลับให้ตำรวจ จะสามารถขยายผลพยานหลักฐานได้ลึกกว่า เนื่องจากคดีลักษณะนี้มักไม่ใช่เหตุการณ์โดด ๆ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเชื่อมโยงกับคดีอื่นเพิ่มเติม

สำหรับชะตากรรมของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ “รองแต้ม” ย้ำว่า หนีไม่พ้นการถูกตรวจสอบ โดยหากพบว่ามีส่วนร่วมวางแผนหรือเจตนาร่วมกระทำผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน แต่หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาและไม่ได้ร่วมวางแผน อาจไม่เข้าข่ายผู้ร่วมกระทำความผิด

ทั้งนี้ ปัจจุบันคดีที่เกี่ยวข้องกับ “บิ๊กโจ๊ก” และเครือข่าย มีอย่างน้อย 2 คดีซ้อนกัน ทั้งคดีเว็บพนันและคดีใหม่ที่พาดพิงถึงกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งทุกฝ่ายยังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมาย จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือศึกอำนาจครั้งนี้ ได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทส. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์รับศักราชใหม่ พ.ศ. 2569 เสริมสิริมงคลการปฏิบัติงานภายใต้พลัง "ทส. หนึ่งเดียว"
3 นิ้วฉีกอกส้ม "ปวิน" เล่นแรง ลากไส้ว่าที่รมว.ต่างประเทศ พรรคปชน. เคยทำผิดชู้สาวในช่วงรับราชการ ซัดอย่าดีแต่ตรวจสอบจริยธรรมคนอื่น
สนามเลือกตั้งโคราชเดือดตั้งแต่ต้นปี ป้ายหาเสียงหายทั้งโครง ผู้สมัคร “กล้าธรรม” โร่แจ้งความเอาผิดมือมืด
เพิ่งทราบเรื่องอีกแล้ว "ไอซ์ รักชนก" โร่ตอบ "ปวิน" ไล่บี้พรรคส้ม สอบจริยธรรม "ว่าที่รมว.ต่างประเทศ" เคยก่อคดีชู้สาว ก่อนโดนสวนเจ็บ!
พลังศรัทธาสุพรรณบุรี! พระ 1,142 รูป ธรรมยาตราปีที่ 14 เจริญสมาธิถวายเป็นพระราชกุศล "สมเด็จพระพันปีหลวง”
"ทรัมป์" ประกาศ สั่งการขนย้ายน้ำมัน "เวเนซุเอลา" 30-50 ล้านบาร์เรล กลับขายราคาในสหรัฐฯทันที

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​