ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” แจ้งความดำเนินคดีชุดพนักงานสอบสวน 2 ชุด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ม.157 หลังพบความผิดปกติในการทำคดี-พิรุธคลิปทองคำ ตั้งข้อสังเกตมีการดัดแปลงหรือไม่

ทนาย "บิ๊กโจ๊ก" แจ้งความดำเนินคดีชุดพนักงานสอบสวน 2 ชุด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ม.157 หลังพบความผิดปกติในการทำคดี-พิรุธคลิปทองคำ ตั้งข้อสังเกตมีการดัดแปลงหรือไม่

วันนี้ (6 มกราคม 2569) เวลา 13.20 น. ที่ สน.พหลโยธิน นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อดำเนินการยื่นกล่าวโทษคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวม 2 ชุด โดยระบุว่าเป็นการปกป้องกระบวนการยุติธรรมและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกความ

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นายสัญญาภัชระ เปิดเผยว่า การมาแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ตนได้ร่วมรับฟังการสืบสวนเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา และพบข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ซึ่งเป็นบุคคลที่กล่าวอ้างว่าตนเองได้นำทองคำไปมอบให้กับกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง

นายสัญญาภัชระ ระบุว่า ตามระเบียบแล้วหากจะกันบุคคลใดเป็นพยาน จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ต้องหาก่อน แต่ในกรณีนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนทั้ง 2 ชุด กลับไม่ดำเนินการกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ จึงถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 โดยชุดที่ถูกกล่าวโทษประกอบด้วย 1.ชุดพนักงานสืบสวนตามคำสั่ง ตร. ที่ 580/2566 นำโดย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ 2.ชุดคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งบัญชาการสอบสวนกลาง ที่ 343/2566 นำโดย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว

นอกจากนี้นายสัญญาภัชระ ได้ตั้งข้อสังเกตต่อพยานหลักฐานที่ฝ่ายพนักงานสอบสวนนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยเฉพาะคลิปวิดีโอเรื่องทองคำซึ่งทนายระบุว่าไม่มีภาพของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าว อีกทั้งยังตั้งคำถามถึงความต่อเนื่องของคลิปวิดีโอตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (พ.ร.บ. อุ้มหาย) ว่ามีการตัดต่อหรือขาดตอนหรือไม่ เนื่องจากมาตรา 22 กำหนดให้ต้องมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้นายสัญญาภัชระ มีการกล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีผู้ถูกกล่าวหาบางราย ระบุว่าเป็น รปภ. หรือคนขับรถของกรรมการ ป.ป.ช. ถูกอุ้มตัวไปเพื่อให้การซัดทอด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งหากเป็นความจริงจะถือเป็นความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ. อุ้มหาย และส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานในคดี

โดยนายสัญญาภัชระความยืนยันว่า เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงและมีโทษสูงอำนาจในการสอบสวนควรเป็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 ไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานสอบสวนตำรวจที่จะดำเนินการเองทั้งหมด ทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นธรรมในการทำคดี เนื่องจากพนักงานสอบสวนในชุดดังกล่าวหลายท่านล้วนเป็นคู่กรณีโดยตรงกับบิ๊กโจ๊ก และตั้งคำถามถึงการส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. เมื่อวานนี้ว่าเป็นการรีบดำเนินการเพื่อหนีเงื่อนไขเวลา 30 วันหรือไม่ พร้อมทั้งคัดค้านการที่ตำรวจนำความลับในสำนวนออกมาแถลงข่าวทั้งที่ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไปแล้ว

 

 

 

 

 

นายสัญญาภัชระ กล่าวทิ้งท้ายว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธทุกประเด็น และมั่นใจว่าข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหานั้นไม่มีอยู่จริง พร้อมระบุว่าจะเดินทางไปยื่นคัดค้านต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในช่วงบ่ายวันเดียวกันเพื่อขอความเป็นธรรม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

EDC Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ 5 ปี ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางดนตรี EDM
โดน "ฮุน เซน" เทแล้ว! รวบ "เฉิน จื้อ" ประธานปรินซ์ กรุ๊ป คุมตัวจากเขมรส่งจีนดำเนินคดี ฉ้อโกง ฟอกเงิน
"พล.อ.รังษี" นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด
ภูเก็ตเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 3/2569
ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 12 เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี
นายกแดง!! เทศบาลบางเมือง นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ต้อนรับปี 69

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​