‘รมว.แรงงาน’ท้า ‘สมยศ’ฟ้องเลย! หากปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วน

‘รมว.แรงงาน’ท้า ‘สมยศ’ฟ้องเลย! หากปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วน

รมว.แรงงาน ท้า “สมยศ” ฟ้องเลย!! หากปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วน ปมแรงแรง 2 บ. เรียกค่าชดเชย

สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมมาอย่างโชคโชน แอบแฝงเจตนารมณ์ชัดเจนเกี่ยวกับการโค้นล้มสถาบัน ล้มล้างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่กลับสนับสนุนฝั่งตรงข้ามอย่าง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาหลบหนีคดีมากมาย

สำหรับ สมยศ พฤกษาเกษมสุข เกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2504 เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ และอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาหลังจากเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย 2549 สมยศ ได้รับเลือกให้เป็นแกนนำชุดที่ 2 ของกลุ่ม นปช. และยังได้เป็นประธานกลุ่ม 24 มิถุนา ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมเสื้อแดงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

จากนั้น สมยศ ได้ถูกออกหมายจับจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานความผิด มาตรา 112 ซึ่งตอนนั้น สมยศ เป็นบรรณาธิการว็อยซ์ออฟทักษิณ ได้เขียนบทความที่มีลักษณะหมิ่นสถาบันฯ เช่น บทความ บ้านจะดีต้องเริ่มที่พ่อ กระทั่งวันที่ 30 เมษายน 2554 สมยศ ถูกควบคุมตัวได้ที่ด่านตรวจค้นเข้าเมืองอรัญประเทศ จากนั้นได้มีความพยายามติดต่อขอประกันตัวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ก็ไม่เป็นผล ก่อนถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำ และได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561 รวมจำคุกทั้งสิ้น 7 ปี โดยโทษจำคุกนี้ รวมคดีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร แล้ว

แต่เมื่อพ้นโทษ สมยศ ยังคงอยู่เบื้องหลังการชุมนุม โดยมีเป้าหมายเดิม คือ โค้นล้มสถาบันฯ และขับไล่รัฐบาลขอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนถูกศาลออกหมายจับความผิดมาตรา 112 และ 116 จากการปราศรัยในการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 และ 20 กันยายน 2563 ร่วมกับ พริษฐ์ ชิวารักษ์, อานนท์ นำพา และ ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยครั้งนี้ศาลมีคำสั่งคัดค้านการประกันตัว แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา สมยศ ได้รับการประกันตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ พร้อมกันกับ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

ล่าสุดวันที่ 19 ตุลาคม 2564 สมยศ ได้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพนักงานและลูกจ้าง บริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชุดชั้นในสตรี ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้นัดรวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ช่วยเหลือเยียวยาจ่ายสำรองค่าชดเชยแรงงาน ตามสิทธิกฎหมายแรงงาน เป็นจำนวนเงินกว่า 242 ล้านบาทหลัง หลังผู้ว่าจ้างปิดกิจการ ย้ายฐานผลิตไปประเทศอื่น เลิกจ้างคนงาน 1,388 คน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นเนล แห่งประเทศไทย ก็เดินทางมาเรียกร้องการเยียวยาจากรัฐบาลเช่นกัน

แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ สมยศ เกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทแห่งนี้ ถึงต้องมาร่วมชุมนุม และเข้าร่วมหารือกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้เดินทางมาเจรจากับผู้แทนทั้ง 2 บริษัท ซึ่งบรรยากาศการเจรจาเป็นไปอย่างตรึงเครียด โดยช่วงหนึ่ง นายสุชาติ เปิดเผยว่า ข้อเรียกร้องที่ผู้ชุมนุมขอให้นำงบกลางมาเยียวยา เพื่อทดแทนเงินชดเชยที่บริษัทนายจ้างต้องจ่ายให้กับลูกจ้าง วงเงินรวมกว่า 242 ล้านบาทนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะระเบียบของการใช้งบดังกล่าวไม่ได้ระบุเอาไว้ให้สามารถนำเงินมาชดเชยแทนเอกชนได้

แต่ที่ดุเดือดกว่านั้นเมื่อนายสุชาติ ได้กล่าวท้าทาย สมยศ ให้ฟ้องร้องดำเนินคดี หากกระทรวงแรงงานงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วน ขณะที่ นายวรรณรัตน์ ศรีสดใส อธิบดีกรมสวัสดิการแรงงาน กล่าวว่า หากตนเองทำอะไรตกหล่นไม่ครบถ้วนขอให้มาฟ้องตามมาตรา 157 เพราะ สมยศ ยืนกรานที่จะให้กระทรวงแรงงานจ่ายเงิน 240 ล้าน เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน และในฐานะรัฐมนตรีต้องดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย ขณะที่นายสุชาติ ได้ตอบโต้ว่าไม่สามารถทำได้ พร้อมย้อนถามนายสมยศว่า หากพี่เป็นรัฐมนตรี พี่จะทำอย่างไร ซึ่งนายสมยศก็ตอบว่า จะอนุมัติเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่มีอยู่ 170 ล้าน และแจ้งนายกรัฐมนตรีให้นำเงินมาเติม ซึ่งนายสุชาติก็ถามนายสมยศกลับว่า หากบริษัทนี้ได้ แล้วบริษัทอื่นอีกเป็นร้อยเป็นพันบริษัทจะทำอย่างไร แล้วประเทศไทย คนที่เสียภาษีทั้งประเทศจะยอมพี่หรือ ทำให้นายเสกสกล ต้องรีบหย่าศึก

สมยศ ยังเพิ่มความดุเดือด ด้วยการกล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดที่แรงงานต้องเผชิญ หากรัฐมนตรีใช้อำนาจเข้ามาดำเนินการแก้ไขทุกอย่างก็จบ แต่ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานเพิกเฉย โดยเฉพาะการไม่เอาผิดนายจ้าง ปล่อยให้ลอยแพพนักงาน ปิดบริษัทหนีไปต่างประเทศ ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีเพียงแค่กรณีเดียว หากนายสุชาติ อ้างว่า ไม่มีอำนาจ ต้องขอความเห็นชอบจากบอร์ดแรงงาน เพื่อนำเงินมาจ่ายเยียวยา ก็อย่าเป็นรัฐมนตรี เพราะไม่มีอำนาจอยู่ในมือ

แม้ สมยศ จะมีฐานะเป็นที่ปรึกษาเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน แต่การเข้าร่วมเจรจาครั้งนี้ อาจหวังผลทางการเมือง มากว่าแค่จะเป็นคนกลางให้กับทั้ง 2 บริษัท เพราะต่อให้ สมยศ ไม่มาเข้าร่วม การหารือก็ยังคงเดินการต่อไปได้ จึงมองได้ว่า เจตหาต้องการให้เกิดความขัดแย้งกันของ 2 ฝ่าย มากกว่าจะหารือเพื่อให้เกิดความเข้าใจ

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก