“โฆษกกลาโหม” กัมพูชา ดื้อเถียง โดนใส่ร้าย ยิงปืนใหญ่ใส่ ส.ป.ป.ลาว ปัดทัพเขมรใช้ขีปนาวุธ PHL03 ถล่มบ้านเรือนคนไทย

กัมพูชาปฏิเสธข่าวกองทัพใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล PHL03 โจมตีไทย และไม่ได้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่ลาวตามที่ฝ่ายไทยกุเรื่อง เตือนอย่าเชื่อสื่อไทย คบคิดรัฐบาล-กองทัพ ปล่อยข่าวดิสเครดิตกัมพูชา

“โฆษกกลาโหม” กัมพูชา ดื้อเถียง โดนใส่ร้าย ยิงปืนใหญ่ใส่ ส.ป.ป.ลาว ปัดทัพเขมรใช้ขีปนาวุธ PHL03 ถล่มบ้านเรือนคนไทย – Top News รายงาน

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวต่อข้อหาของไทยที่ว่า กองทัพกัมพูชาใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล PHL03 โจมตีดินแดนไทย และยืนยันว่ากัมพูชาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำระบบขีปนนาวุธพิสัยขนาดนี้มาใช้ นี่เป็นข้อมูลเป็นเท็จและกุขึ้นมาเพื่อมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของกัมพูชา

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ยังประณามข้อกล่าวหาไม่มีมูลความจริงจากฝ่ายไทยว่ากัมพูชายิงกระสุนปืนใหญ่เข้าไปตกในลาว ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือทางการลาวไม่ได้กล่าวหา หรือเปิดสอบสวนเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แต่เป็นฝ่ายไทยที่แพร่ข้อมูลเท็จมุ่งเล่นงานกัมพูชา  กัมพูชาเรียกร้องให้หยุดแพร่ข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง เพื่อเบนความสนใจจากการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของไทยในดินแดนกัมพูชา

 

ข่าวที่น่าสนใจ

วันเดียวกัน นายเนท พักตรา รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา กล่าวสำทับในเรื่องเดียวกันว่า ไทยกำลังใช้กลยุทธ์สงครามบิดเบือนข้อมูล เพื่อหาข้ออ้างรุกรานดินแดน สร้างภาพตัวเองเป็นเหยื่อ จึงขอแจ้งให้ชาวกัมพูชาทราบว่า สื่อไทยคบคิดกับรัฐบาล และกองทัพ กุเรื่องและเผยแพร่ข่าวบิดเบือนมุ่งหมายใส่ร้าย เพื่อสร้างข้ออ้างในการรุกรานด้วยอาวุธและละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา

ทั้งรัฐบาลไทย กองทัพ และสื่อมวลชน ต่างใช้กลยุทธ์หลอกลวง เพื่อยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามแผนรุกราน ที่ผ่านการวางแผนอย่างรอบคอบและเตรียมการล่วงหน้าเป็นเวลานาน และว่า แผนการรุกรานทางทหารของไทยนั้นชัดเจน เริ่มต้นด้วยการโจมตีกองกำลังกัมพูชาก่อน จากนั้น โยนความผิดทั้งหมดให้กับกัมพูชาอย่างไร้ยางอาย ไม่สำนึกผิดหรือรับผิดชอบต่อการกระทำใด ๆ ก่อนปิดท้ายว่า กัมพูชาพูดความจริง ไทยโกหกต่อชาวโลก กัมพูชาไม่มีความสนใจรุกรานประเทศไทย

 

 

 

 

ก่อนหน้านั้น (26 ก.ค.2568) ทบ. ชี้แจงกรณีลูกกระสุนตกในเขต สปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ยืนยันตรวจสอบแล้วไม่ใช่กระสุนของฝ่ายไทย ตามที่ปรากฏรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 09.40 น. ได้มีลูกกระสุนปืนใหญ่จำนวน 10 นัด ตกในเขตพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างไทย – ลาว – กัมพูชา โดยไม่มีการยืนยันชัดเจนว่ากระสุนดังกล่าวเป็นของฝ่ายใดและเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและ การประสานกับหน่วยงานความมั่นคงของ สปป.ลาว ยืนยันว่า ไม่ใช่กระสุนจากฝั่งทหารไทยอย่างแน่นอน โดยกองทัพไทยมีความมั่นใจในขีดความสามารถในการควบคุมการใช้อาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม ได้สัดส่วน และอยู่ในกรอบกติกาสากลอย่างเคร่งครัด

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา มักพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการใช้อาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลโจมตีเป้าหมายพลเรือนจำนวนมากตลอด 2 วันที่ผ่านมา โดยมีลักษณะเป็นไปโดยเจตนา และจงใจที่จะใช้ อาวุธดังกล่าวต่อเป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เช่น การใช้อาวุธต่อโบราณสถาน เพื่อมุ่งหวัง ให้สังคมโลกเข้าใจผิดต่อฝ่ายไทยอย่างมีนัยสำคัญ
กองทัพบกขอยืนยันว่าฝ่ายไทยมีมาตรการควบคุมการใช้อาวุธอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ประชิดชายแดน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหาร ทั้งนี้ กองทัพบกจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่าย สปป.ลาว เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศต่อไป
………………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก, 26 กรกฎาคม 2568

#RTA #กองทัพบก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

“Phuket Detox 18 ปีแห่งความไว้วางใจ” สู่ก้าวใหม่ของนวัตกรรมเพื่อคนภูเก็ต
"สันติสุข" โพสต์เดือด "ยุบสภาไปเลยก็ดี" คนไทยได้เห็นธาตุแท้ฝ่ายค้านบางพรรค สนใจแค่แก้รธน.ไม่ห่วงความเป็นตายชาติ
ภูเก็ตประชุมกองทุนยุติธรรมช่วยประชาชน
ร่วมฉลองคริสต์มาส กับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดพิเศษที่ โรงแรมแคนทารี อยุธยา
หนุ่มห้อยเหรียญ"คงกระพันชาตรี" ขับรถชนต้นไม้รถพังยับ รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์
"มูลนิธิยังมีเรา" ระดมพลังด่วน! ส่งเสบียงชุดใหญ่ ช่วยผู้ประสบภัยคนไทย พื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​