CNBC และ The Times of Israel รายงานว่าราคาน้ำมันดิบเบร้นต์ ซื้อขายล่วงหน้าเดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้น 1.32% ไปอยู่ที่ 66.24 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (พุธที่ 21 พค.) ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ซื้อขายเดือนกรกฎาคมทะยานขึ้น 1.45% ไปอยู่ที่ 62.93 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล หลังจาก CNN รายงานเมื่อวานนี้ (อังคารที่ 20 พค.) โดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่าอิสราเอลกำลังซุ่มเตรียมความพร้อมโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน อย่างไรก็ตาม CNN กล่าวว่าล่าสุดยังไม่แน่ชัดว่าผู้นำอิสราเอลได้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายหรือยัง
ราคาน้ำมันโลกซื้อขายในสองตลาดใหญ่ทะยานขึ้นมากกว่า 2 ดอลล่าร์ท่ามกลางความวิตกของนานาชาติ ที่เกรงว่าการโจมตีของอิสราเอลจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในอิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปค นอกจากนี้ก็วิตกว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย, คูเวต, อิรักและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ความเป็นไปได้ที่อิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านมีเพิ่มมากขึ้นหลังจาก การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน 4 ครั้งไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดเมื่อวานนี้(อังคาร 20 พค.) อยาโตเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้สูงสุดอิหร่านออกมากล่าวว่าการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐไม่น่าจะบรรลุผลอะไร และว่าการบังคับอิหร่านไม่ให้ครอบครองยูเรเนียมเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่
สหรัฐและอิหร่านเปิดการเจรจานิวเคลียร์มาตั้งแต่ 12 เมษายนและครั้งล่าสุดคือ 11 พฤษภาคม ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐและชาติตะวันตกที่ต้องการให้อิหร่านยกเลิกโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งปัจจุบันอิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมถึง 60% สูงกว่าข้อตกลงในปี 2558 ที่กำหนดให้ไม่เกิน 3.67% ไปมาก ซึ่งหากเสริมสมรรถนะได้ถึง 90% อิหร่านก็จะสามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์สำเร็จ
อย่างไรก็ตามอิหร่านยืนยันในสิทธิการครอบครองยูเรเนียม และการกดดันให้อิหร่านยกเลิกการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเจรจากันได้และเป็นไปไม่ได้ แต่สตีฟ วิตคอฟหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐยังยืนกรานว่าสหรัฐไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้แม้แต่ 1% และเรื่องนี้ถือเป็นเส้นแดงที่อิหร่านจะละเมิดไม่ได้