“DSI” รับเป็นคดีพิเศษแล้ว BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้านแพงเกินจริงหรือไม่ เดินหน้าเรียกข้อมูล “ผู้บริหารบางจาก” สอบสวนเชิงลึก!!

"DSI" รับเป็นคดีพิเศษแล้ว BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้านแพงเกินจริงหรือไม่ เดินหน้าเรียกข้อมูล "ผู้บริหารบางจาก" สอบสวนเชิงลึก!!

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ยกระดับการตรวจสอบกรณีการซื้อขาย คลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรีของบริษัท BCPG จำกัด (มหาชน) ในเครือบมจ.บางจาก มูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท เป็นคดีพิเศษเลขที่ 145/2569 แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ดำเนินการในชั้นสืบสวน กรณีมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินและกระบวนการซื้อขาย

ประเด็นดังกล่าวถูกจับตาอย่างมาก เนื่องจากมีข้อสงสัยที่ต้องพิสูจน์ว่า ราคาซื้อขายคลังน้ำมันดังกล่าวมีความเหมาะสมตามมูลค่าทรัพย์สินจริงหรือไม่ มีการดำเนินการตามกระบวนการกำกับดูแลกิจการและหลักธรรมาภิบาลครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงมีความเชื่อมโยงหรือเส้นทางการเงินที่ผิดปกติหรือไม่

 

 

ล่าสุด สันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศ สถานีข่าวท็อป นิวส์ นำเสนอความคืบหน้า กรณีดังกล่าวว่า เดิมคำร้องยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของ DSI แต่ล่าสุดได้รับการยกระดับเป็นคดีพิเศษแล้ว โดย DSI ระบุประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่า อาจมีการสมคบกันเพื่อสร้างมูลค่าทรัพย์สินที่ซื้อขายให้สูงเกินจริง เพื่อให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับประโยชน์จากการซื้อขาย ซึ่งเป็นเพียงประเด็นที่พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบและพิสูจน์ต่อไป

“สันติสุข” ย้อนลำดับเหตุการณ์ว่า กรณีคลังน้ำมันเพชรบุรีนั้นมีการร้องเรียนต่อ DSI เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้ร้องคือ ดิษเดช หิรัญจิรคุณ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เคยได้รับหนังสือให้เข้าไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ โดยในเวลานั้นเรื่องยังไม่ได้เป็นคดีพิเศษ แต่เป็นการดำเนินการในขั้นตอนสืบสวน โดย DSI ได้ตั้งเลขสืบสวนที่ 82/2569 เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อขายคลังน้ำมันของ BCPG

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

“สันติสุข” อธิบายว่า DSI ในช่วงแรกต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า เรื่องร้องเรียนมีมูลเพียงใด กระบวนการซื้อขายเป็นอย่างไร และมีข้อมูลหรือหลักฐานที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีหรือไม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พร้อมเรียกผู้บริหารของบริษัท Asia Link Terminal เข้าให้ข้อมูลต่อคณะพนักงานสืบสวน

ภายหลังผ่านกระบวนการดังกล่าว จึงมีรายงานว่า DSI ตัดสินใจรับเรื่องเข้าสู่การสอบสวนเป็น คดีพิเศษที่ 145/2569 “จุดนี้มีความสำคัญ เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการคดีพิเศษแล้ว การรวบรวมพยานหลักฐานจะเดินหน้าในกรอบการสอบสวนที่ชัดเจนขึ้น และสามารถตรวจสอบรายละเอียดของธุรกรรมได้อย่างเป็นระบบมากกว่าเดิม

 

โดยหนึ่งในคำถามสำคัญที่ “สันติสุข” หยิบยกขึ้นมาขยาย คือ คลังน้ำมันเพชรบุรีที่ BCPG ซื้อด้วยมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาทนั้น มีราคาสูงเกินจริงหรือไม่ “คำถามนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าราคาซื้อขายสูงเกินจริง แต่เป็นประเด็นที่ DSI ต้องนำเอกสารและหลักฐานมาตรวจสอบ”

และ สิ่งที่ต้องดูคือ วิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ผู้ประเมินเป็นใคร ใช้หลักเกณฑ์และสมมุติฐานอะไรในการประเมิน และรายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นเมื่อใด โดยเฉพาะต้องตรวจสอบว่า รายงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินจัดทำก่อนที่ BCPG จะตัดสินใจอนุมัติการลงทุนหรือไม่

“สันติสุข” ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินก่อนการตัดสินใจซื้อ ก็ต้องดูว่า รายงานดังกล่าวเสนอข้อมูลอะไรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการใช้ข้อมูลนั้นประกอบการตัดสินใจอย่างไร แต่หากเอกสารหรือการประเมินบางส่วนเกิดขึ้นภายหลัง ก็ยิ่งต้องตรวจสอบลำดับเวลาของกระบวนการตัดสินใจว่าเป็นอย่างไร

ทั้งนี้หนึ่งเอกสารสำคัญที่ “สันติสุข” มองว่าควรถูกตรวจสอบอย่างละเอียด คือ รายงานการประชุมคณะกรรมการ BCPG เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการพิจารณาเรื่องการลงทุน จึงควรตรวจสอบว่าในวันประชุมดังกล่าว ฝ่ายบริหารนำข้อมูลอะไรเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา อาทเช่น

1.มีการเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนหรือไม่

2.มีรายงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินแล้วหรือยัง

3.มีข้อมูลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างไร

4.กรรมการมีการตั้งคำถามหรือทักท้วงหรือไม่

รวมถึง 5. สุดท้ายแล้วคณะกรรมการใช้ข้อมูลใดเป็นฐานในการอนุมัติ

 

 

 

“สันติสุข” ชี้ให้เห็นว่า รายงานการประชุมไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะเป็นเอกสารทางธุรกิจ แต่ยังสามารถสะท้อนกระบวนการคิดและการกลั่นกรองของคณะกรรมการในช่วงที่มีการตัดสินใจลงทุนได้ ดังนั้น หาก DSI ต้องการตอบคำถามว่าการซื้อทรัพย์สินมูลค่า 9,000 ล้านบาทมีที่มาที่ไปอย่างไร รายงานการประชุมดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ควรนำมาตรวจสอบ ไล่ตั้งแต่ที่ปรึกษาทางการเงิน ไปจนถึงผู้ประเมินราคา

“สันติสุข” เสนอว่า DSI ควรตรวจสอบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการประเมินและให้คำปรึกษาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอิสระ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลประกอบการลงทุน คำถามสำคัญคือ บุคคลเหล่านี้ใช้สมมุติฐานอะไรในการคำนวณมูลค่า

รวมถึงมูลค่าที่ได้จากการประเมินสอดคล้องกับราคาตลาดหรือไม่ , ต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนของทรัพย์สินมีความสัมพันธ์กับราคาซื้อขายอย่างไร และที่สำคัญคือ ข้อมูลดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจจริงก่อนการอนุมัติหรือไม่

“สันติสุข” มองว่า การตรวจสอบจะต้องไม่ดูเฉพาะตัวเลข 9,000 ล้านบาท แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่า ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีคิดและข้อมูลอะไร “เอกสารซื้อขาย–บัญชี–งบการเงิน ต้องตรวจทั้งหมด”

นอกจากเอกสารประเมินราคาแล้ว “สันติสุข” ระบุถึงเอกสารอีกหลายกลุ่มที่ควรอยู่ในขอบเขตการตรวจสอบของ DSI ได้แก่

1.สัญญาซื้อขายทั้งหมด
2.มติคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
3.เอกสารการอนุมัติการลงทุน
4.รายงานประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
5.เอกสารของบริษัท Asia Link Terminal
6.เอกสารเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินและที่ดิน
7.เอกสารทางบัญชี
8.งบการเงินของ BCPG
9.งบการเงินของฝ่ายผู้ขาย
10.เอกสารการชำระเงิน
11.เส้นทางการโอนเงิน

 

 

 

 

 

 

“สันติสุข” ตั้งประเด็นว่า การตรวจสอบควรไปให้ถึงปลายทางว่า เงิน 9,000 ล้านบาทจ่ายให้ใคร และหลังจากนั้นเงินถูกส่งต่อไปที่ใด หากมีธุรกรรมที่มีความผิดปกติ ก็ต้องตรวจสอบต่อว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือนิติบุคคลใดหรือไม่ อย่างไรก็ตามการตั้งคำถามดังกล่าวเป็นกรอบประเด็นสำหรับการตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่ามีการพบเส้นทางเงินผิดปกติแล้ว

อีกจุดที่ “สันติสุข” ให้ความสำคัญอย่างมาก คือประวัติการซื้อขายคลังน้ำมันแห่งนี้ก่อนหน้าที่ BCPG จะเข้าซื้อ จากข้อมูลที่มีข้อมูล เริ่มต้นจากกลุ่มผู้ขายเคยซื้อคลังน้ำมันดังกล่าวจากกลุ่มเดิมในช่วงประมาณปี 2554–2555 ด้วยมูลค่าเพียง 2,100 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2565 BCPG ตัดสินใจเข้าซื้อด้วยมูลค่าสูงประมาณ 9,000 ล้านบาท

ความแตกต่างของตัวเลขทั้งสองช่วงจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทรัพย์สินมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มมูลค่าอย่างไร มีการลงทุนเพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน , สภาพทรัพย์สินเปลี่ยนแปลงอย่างไร , สิทธิในการประกอบกิจการหรือสัญญาเช่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ และที่สำคัญคือ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 2,100 ล้านบาทมาเป็นประมาณ 9,000 ล้านบาท มีเหตุผลทางธุรกิจและเอกสารรองรับอย่างไร

 

“สันติสุข” จึงเสนอว่า DSI ควรย้อนกลับไปตรวจสอบธุรกรรมเดิมด้วย ไม่ควรพิจารณาเฉพาะธุรกรรมในปี 2565 เพียงอย่างเดียว

อีกประเด็นสำคัญ “สันติสุข” หยิบยกขึ้นมา คือเรื่องของ บริษัท อวานการ์ด ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าเคยมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายคลังน้ำมันในช่วงก่อนหน้า และนำมาซึ่งจุดที่ต้องตรวจสอบคือ ความสัมพันธ์และบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในแต่ละช่วงเวลา

“สันติสุข” ตั้งคำถามว่า หากบุคคลใดที่เคยเกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษาในธุรกรรมเดิม ต่อมามีบทบาทเกี่ยวข้องกับฝ่ายผู้ซื้อในธุรกรรมปี 2565 แล้ว เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยต่อคณะกรรมการหรือไม่ และมีการจัดการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร สำหรับผู้บริหาร บมจ.บางจาก ในปัจจุบัน อย่าง “ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP)ที่เคยมีบทบาทในโครงสร้างคณะกรรมการของ BCPG

“บุคคลที่มีบทบาทในฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการลงทุนในขณะนั้น เคยเกี่ยวข้องกับธุรกรรมหรือที่ปรึกษาในอดีตอย่างไร และข้อมูลดังกล่าวถูกนำเสนอให้คณะกรรมการรับทราบหรือไม่”

โดยภายหลังดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ คณะพนักงานสอบสวนจะได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการของบางจาก เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของ BCPG ได้แก่ นโยบายของบางจากที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ผลการศึกษาการลงทุนซื้อหุ้นใน Asia Link Terminal รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับสัญญาเช่าคลังน้ำมันเพชรบุรีที่บางจากเคยเป็นหรือเป็นคู่สัญญาตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นการเรียกเอกสารจากบริษัทแม่ จึงทำให้การตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ BCPG แต่ครอบคลุมถึงข้อมูลในระดับกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและธุรกรรมดังกล่าวด้วย

“ก่อนหน้านี้บางจากมีการชี้แจงเกี่ยวกับการลงทุนดังกล่าว โดยระบุว่าการลงทุนเป็นไปตามเหตุผลทางธุรกิจและมีการศึกษาประกอบ ดังนั้น เมื่อ DSI รับเรื่องเป็นคดีพิเศษแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการนำ คำชี้แจงของบริษัทมาเทียบกับเอกสารหลักฐานจริง ไม่ว่าจะเป็นรายงานการประเมินราคา , รายงานการประชุมบอร์ด , เอกสารการศึกษาโครงการ , สัญญาซื้อขาย และเอกสารทางการเงิน หากทุกอย่างสอดคล้องกัน ก็จะเป็นข้อมูลประกอบการชี้แจงข้อสงสัย แต่หากพบความแตกต่าง ก็ต้องตรวจสอบต่อว่าความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากอะไร”

จากนี้ต้องจับตาว่าการรับเรื่องเป็นคดีพิเศษเลขที่ 145/2569 ทำให้กรณีซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรีมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท จะมีบทสรุปอย่างไร จากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหลายด้าน ตั้งแต่ มูลค่าทรัพย์สิน กระบวนการประเมินราคา การตัดสินใจของบอร์ด ความสัมพันธ์ของผู้เกี่ยวข้อง ประวัติการซื้อขายในอดีต เอกสารบัญชี ไปจนถึงเส้นทางการเงิน

โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า เหตุใดทรัพย์สินที่มีประวัติการซื้อขายในช่วงก่อนหน้าด้วยมูลค่าประมาณ 2,100 ล้านบาท จึงกลายมาเป็นธุรกรรมมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาทในปี 2565 และราคาดังกล่าวมีหลักฐานทางธุรกิจรองรับอย่างไร

ขณะที่การตรวจสอบว่ามีการสมคบกันเพื่อสร้างมูลค่าทรัพย์สินสูงเกินจริงหรือมีการกระทำผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์หรือไม่นั้น ยังต้องรอผลการรวบรวมพยานหลักฐานและการสอบสวนของ DSI

คดีพิเศษ 145/2569 จึงเป็นอีกหนึ่งคดีที่ต้องจับตาว่า เมื่อ DSI ได้เอกสารสำคัญทั้งหมดแล้ว จะสามารถอธิบายที่มาของตัวเลข 9,000 ล้านบาท และกระบวนการตัดสินใจลงทุนได้อย่างไร รวมถึงจะพบข้อเท็จจริงใดเพิ่มเติมจากการตรวจสอบเอกสารและเส้นทางการเงินต่อจากนี้

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"โรม" หัวร้อน "พรรคประชาชน" โดนโยงฮั้วสว.สีส้ม ลั่นไม่เคยปกป้องคนผิด โบ้ยแค่ผู้สมัครไปรวมกลุ่มทำเว็บไซด์ อย่าใช้ตรระกะ "ผมชั่วคุณชั่ว"
"นายกฯอนุทิน" ชื่นชม "พลพีร์ ลุยปราบนอมินีเข้มแข็ง ลั่นไม่ยอมต่างชาติกร่าง ทำผิดกม.ลอยนวล ชี้เกินไปขอสร้างสุสานส่วนตัว จะตายต้องกลับบ้านตัวเอง!!??
กนอ. ผนึก "GULF1-GPSC" ตั้ง "รีเนอร์จี" ลุยโซลาร์ฟาร์มมาบตาพุด หนุนอุตสาหกรรมสู่พลังงานสะอาด มุ่งเป้า Net Zero อย่างยั่งยืน
คดีพลิก!! "ปู มัณฑนา" ขึ้นศาลยอมรับผิดขอเจรจาไกล่เกลี่ย "หนุ่ม กรรชัย" ทนายตุ๋ยเชื่อกลัวโทษคุก ยันไม่คิดฟ้องเรียกค่าเสียหาย
"นายกฯอนุทิน" ยันทิศทางดี ผลเจรจาภาษีการค้าสหรัฐ พร้อมคุย "ทรัมป์" ขั้นสุดท้าย ย้ำเคยรับปากดูแลไทย ถ้าร่วมแก้ปัญหาชายแดนกัมพูชา
"DSI" รับเป็นคดีพิเศษแล้ว BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้านแพงเกินจริงหรือไม่ เดินหน้าเรียกข้อมูล "ผู้บริหารบางจาก" สอบสวนเชิงลึก!!

ดู LIVE รายการ