“ดร.สามารถ” ยกเคสตัวอย่าง “แอร์พอร์ต เรล ลิงก์” ขัดข้อง เตือนระวังความน่าเชื่อถือ ต้องนำใช้เป็นบทเรียน “รถไฟความเร็วสูง” ในอนาคต

“ดร.สามารถ” โพสต์ข้อความระบุหัวข้อว่า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ขัดข้องอีกแล้ว... บทเรียนก่อนรถไฟความเร็วสูงจะมาถึง

“ดร.สามารถ” ยกเคสตัวอย่าง “แอร์พอร์ต เรล ลิงก์” ขัดข้อง เตือนระวังความน่าเชื่อถือ ต้องนำใช้เป็นบทเรียน “รถไฟความเร็วสูง” ในอนาคต – Top News รายงาน

ดร.สามารถ
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายสามารถ ราชพลสิทธิ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟชบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte โดยระบุว่า.. แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ขัดข้องอีกแล้ว… บทเรียนก่อนรถไฟความเร็วสูงจะมาถึง
ช่วงเย็นวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เกิดเหตุระบบไฟฟ้าขัดข้อง ทำให้ต้องปรับการเดินรถเป็นแบบทิศทางเดียวตั้งแต่สถานีหัวหมากมุ่งหน้าสถานีสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องรอนานขึ้น และใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นประมาณ 30 นาที

ข่าวที่น่าสนใจ

หลายคนอาจมองว่า “อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้” ใช่ครับ… อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้กับทุกประเทศ
แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ระบบที่ดีต้องออกแบบให้ความเสียหายไม่ลุกลาม และสามารถกลับมาให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ปล่อยให้เหตุขัดข้องเพียงจุดเดียว กระทบผู้โดยสารทั้งเส้นทางเป็นเวลานานเช่นนี้
ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้เพียง 1 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ก็เพิ่งเกิดเหตุขบวนรถตกรางภายในศูนย์ซ่อมบำรุง ทำให้การเดินรถได้รับผลกระทบมาแล้ว
เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่อเนื่องในช่วงเวลาสั้นๆ เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “เหตุบังเอิญ” แต่ควรเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนทั้งระบบ ตั้งแต่การบำรุงรักษา อุปกรณ์สำรอง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงแผนรองรับเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ที่สำคัญกว่านั้น แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ไม่ใช่เป็นเพียงรถไฟฟ้าเชื่อมตัวเมืองกับชานเมืองรวมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ
หากระบบเดิมยังประสบปัญหาด้านความน่าเชื่อถืออยู่บ่อยครั้ง บทเรียนวันนี้ควรถูกนำไปใช้กับระบบในวันข้างหน้า เพราะรถไฟความเร็วสูงไม่เพียงต้อง “วิ่งได้เร็ว” แต่ต้อง “วิ่งได้ตรงเวลาและเชื่อถือได้”
ประเทศไทยกำลังลงทุนด้านระบบรางด้วยงบประมาณมหาศาล แต่ท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการจะไม่ได้วัดจากจำนวนกิโลเมตรของรางที่สร้างเสร็จ หรือความเร็วสูงสุดของขบวนรถเท่านั้น แต่จะต้องวัดจากความมั่นใจของประชาชนว่า รถไฟจะออกตรงเวลา เดินทางได้อย่างปลอดภัย และพร้อมให้บริการทุกวัน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง เราจะสร้างรถไฟเพิ่มอีกกี่สาย แต่คือ เราจะสร้าง “ระบบรางที่ประชาชนไว้วางใจ” ได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว ความเร็วคือจุดขายของรถไฟความเร็วสูง แต่ความน่าเชื่อถือ คือมาตรฐานของระบบรางที่พัฒนาแล้ว
ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในวันนี้จะต้องเป็นบทเรียนสำคัญในการออกแบบ การบำรุงรักษา และการบริหารรถไฟความเร็วสูงในอนาคตของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เข้าทางพ่อค้าอาวุธ!!! "สหรัฐ" ไฟเขียวขายเครื่องบิน F-35 ล็อตใหญ่ 48 ลำ มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ซาอุฯ เพิ่มดุลกำลังรบเขตตะวันออกกลาง!???
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม "CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME" ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
"กรมราชทัณฑ์" จับมือ "พิพิธภัณฑ์บ้านดำ-ไอคอนสยาม" เปิดพื้นที่โชว์ "พลังแห่งศิลป์เหนือพันธนาการ" The Power of Art Beyond Barriers
"กรมส่งเสริมวัฒนธรรม" ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลประวัติผลงาน เตรียมงานเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2568
"ปลาจรจัด" จตุจักร ประจานความมักง่าย สู่ภาระสังคมที่ตามเช็ดไม่รู้จบ!

ดู LIVE รายการ