“บุ๊ค วงทศกัณฐ์” เล่านาทีหนีเอาชีวิตรอด ไฟไหม้โรงเบียร์ ชี้ควันทึบ มืดสนิทเหมือนตาบอด เข้าให้ข้อมูลตำรวจ แย้มอดีตเคยมีไฟตกบ่อย โยงปมร้านใช้ไฟเกิน
ข่าวที่น่าสนใจ
17 ก.ค. 2569 ความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทางด้านนายกัณฑภัทร ลิปิสุวรรณพงศ์ หรือบุ๊ค นักร้องวงทศกัณฐ์ เดินทางมาที่ สน.พหลโยธิน เพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติมตามที่พนักงานสอบสวนนัดหมาย และยังมาติดตามโทรศัพท์มือถือที่ทำตกหายในคืนเกิดเหตุ ซึ่งล่าสุดได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่เก็บไว้ได้แล้ว ส่วนทางคดีความและการดำเนินการกับเจ้าของร้าน ขอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อไป

นายกัณฑภัทร ลิปิสุวรรณพงศ์ นักร้องวงทศกัณฐ์ เล่าถึงนาทีชีวิตในวันเกิดเหตุ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมากเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที ขณะที่ตนกำลังร้องเพลงอยู่บนเวที และต้องโฟกัสกับลูกค้าที่อยู่ด้านล่าง ทันใดนั้นสังเกตเห็นไฟของหน้าจอแสดงผลมอนิเตอร์และไฟบนพื้นเวทีดับลง ตนจึงพยายามมองหาข้อบกพร่อง แต่เมื่อหันไปด้านข้างกลับพบ ควันหนาทึบลอยพวยพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้าและจมูก โดยมีกลิ่นเหม็นไหม้อย่างรุนแรงคล้ายกับกลิ่นยากันยุงพ่นควัน ตนได้ตะโกนใส่ไมค์ออกไปได้คำเดียวว่า ‘วิ่ง!’ ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงจากเวทีทันที พอโดดลงมา ไฟในร้านก็ดับมืดสนิทลงทันที

หลังสิ้นเสียงประกาศและไฟดับลง บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความโกลาหล มีเสียงโต๊ะเก้าอี้ล้มและแก้วแตกกระจายระงม ทุกคนต่างพยายามวิ่งเอาชีวิตรอดในความมืดมิดประหนึ่งคนตาบอดท่ามกลางกลุ่มควันหนา ตนตัดสินใจหนีออก “ประตูครัว” หลังร้าน เพราะความเคยชินทาง หลังจากหนีรอดออกไปได้ ตนได้อ้อมกลับมาที่บริเวณหน้าร้านเพื่อตามหาแฟนและเพื่อนร่วมวง ซึ่งภาพที่เห็นคือความวุ่นวาย ไฟลุกท่วมทั้งอาคารอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที มีผู้บาดเจ็บนอนหมดสติและวิ่งหนีตายออกมาในสภาพเนื้อตัวถูกไฟคลอก รวมถึง “พี่นาย” ผู้ดูแลหลักและเจ้าของที่จดทะเบียนร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่หนีออกมาได้ในสภาพสวมกางเกงตัวเดียว มีบาดแผลผิวหนังลอกจากการถูกไฟคลอกที่ขา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เชื่อว่าพยายามช่วยเหลือลูกค้า

ส่วนประเด็นเรื่องจุดบอดของร้านและระบบความปลอดภัย ตนมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ต่อให้มีประตูหนีไฟจำนวนมาก แต่หากคนหนาแน่นก็อาจจะวิ่งไม่ทันอยู่ดี ส่วนประเด็นข้อสังเกตเรื่อง กระแสไฟฟ้ารั่วซึมหรือโอเวอร์โหลด จากการระบบไฟตกบ่อยครั้ง ซึ่งอาการไฟตกเคยเกิดขึ้นจริงเมื่อประมาณ 3-4 เดือนก่อน ซึ่งเป็นลักษณะของไฟไม่พอคล้ายกับการไปเล่นคอนเสิร์ตนอกสถานที่แล้วใช้ไฟวัดหรือไฟบ้าน แต่จะดับเพียง 5 วินาทีแล้วกลับมาใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ตนไม่สามารถตอบได้ว่าเหตุครั้งนี้เกิดจากไฟลัดวงจรบนเพดานเนื่องจากไฟโอเวอร์โหลดจริงหรือไม่ เพราะหลังจากนั้นระบบไฟก็ใช้งานได้ปกติมาโดยตลอดจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

