“ตลท.” เร่งตรวจสอบชื่อ “สุภาพร” โผล่ถือ 6 หุ้นบลูชิพ รับโดนตลาดทุนถล่มคำถาม ยังไม่รู้มีตัวตนหรือไม่?

ตลท.ยอมรับมีคำถามในตลาดทุนเหตุรายงานการถือหุ้นของ “สุภาพร พิมพงษ์” หลัง TRUE ยืนยันไม่เคยออกหุ้นบุริมสิทธิ จึงต้องตรวจสอบว่าข้อมูลที่ยื่นถูกต้องหรือไม่ พร้อมเผยตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 เริ่มปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอัตโนมัติทุกสิ้นเดือนเมื่อมีการรายงานถือหุ้นเกินเกณฑ์ เพื่อยกระดับความถูกต้องและความโปร่งใสของข้อมูลผู้ถือหุ้น

“ตลท.” เร่งตรวจสอบชื่อ “สุภาพร” โผล่ถือ 6 หุ้นบลูชิพ รับโดนตลาดทุนถล่มคำถาม ยังไม่รู้มีตัวตนหรือไม่? – Top News รายงาน

 

 

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนได้กำชับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ให้เร่งตรวจสอบ กรณีการแจ้งการถือหุ้นของ นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ แล้ว ด้วยความโปร่งใส เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และกระทบต่อการทำหน้าที่ของ ก.ล.ต.

สำหรับกรณีดังกล่าว มาจากที่ก่อนหน้านี้ เกิดการตั้งคำถามต่อการแจ้งการถือหุ้นตามแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. ของนางสาวสุภาพร ในการถือหุ้น TRUE ในสัดส่วนกว่า 7% และยังมีการถือหุ้นในบริษัทอื่นๆอีก 5 บริษัท โดยยังไม่มีความชัดเจนถึงที่มาของหุ้นและประวัติความเป็นมาของนักลงทุนรายนี้

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ก่อนหน้านั้น “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เจาะลึกมหากาพย์ “สุภาพร พิมพงษ์” กับเงินหมื่นล้านทิพย์? ส่องสปอตไลท์ไปที่ช่องโหว่เชิงระบบของตลาดทุนไทย” ระบุว่า ​ในแวดวงตลาดทุนและเศรษฐกิจไทย คงไม่มีข่าวไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนและทิ้งปมปริศนาได้มากไปกว่ากรณีของ “นางสุภาพร พิมพงษ์” บุคคลธรรมดาที่เกือบไม่มีใครรู้จักในทำเนียบนักลงทุนไทย แต่กลับมีชื่อปรากฏบนแบบรายงาน 246-2 ของสำนักงาน ก.ล.ต. ว่าเป็นผู้เข้าถือครองหุ้นยักษ์ใหญ่ของประเทศในสัดส่วนที่สูงลิ่ว คิดเป็นมูลค่ารวมกันนับหมื่นล้านบาท

​นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนธรรมดาที่ร่ำรวยเงียบๆ แต่ในฐานะ นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม เหตุการณ์นี้คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึง “ช่องโหว่เชิงโครงสร้างการจัดการข้อมูล” และภัยความมั่นคงทางระบบเศรษฐกิจที่ปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เปิดไทม์ไลน์ “6 หุ้นบลูชิพ” ปรากฏชื่อแต่ล่องหนในบัญชีจริง

จากการแกะรอยข้อมูลย้อนหลังของสำนักงาน ก.ล.ต. พบว่าชื่อของ “สุภาพร พิมพงษ์” ไม่ได้เพิ่งมาปรากฏตัวกับหุ้น TRUE เป็นครั้งแรก แต่เธอมีประวัติการยื่นเอกสารการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในระดับ “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ของบริษัทจดทะเบียนชั้นนำถึง 6 แห่งอย่างน่าอัศจรรย์ ดังนี้:

บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR): ยื่นรายงานอ้างว่าทำรายการผ่าน MORGAN STANLEY ได้หุ้นไปรวมกว่า 9.99% (ซึ่งเป็นการทำรายการย้อนหลังตั้งแต่ปี 2564 แต่เพิ่งมาคีย์ข้อมูลเข้าระบบในเดือนกรกฎาคม 2569)

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE): รายงานว่าได้หุ้นมาเพิ่มผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศอย่าง UBS Group AG ขยับสัดส่วนการถือหุ้นรวมพุ่งสูงถึง 7.0992% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วนระดับหมื่นล้านบาท

บมจ. จี เจ สตีล (GJS): มีการยื่นรายงานถึง 2 ฉบับระบุสัดส่วนการได้มาครั้งใหญ่ โดยฉบับหนึ่งอ้างว่าถือครองสูงถึง 80.90% และอีกฉบับระบุว่าได้มรดกจนถือครอง 48.69%

ธนาคารกรุงเทพ (BBL): รายงานการได้มาจนส่งผลให้สัดส่วนการถือครองขยับไปแตะ 5.0122% ผ่านคัสโตเดียน Instinet

บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV): รายงานการใช้สิทธิแปลงสภาพหลักทรัพย์ทำให้เข้าถือหุ้น 5.33%

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK): รายงานการได้มาผ่าน Merrill Lynch International ส่งผลให้มีสัดส่วนถือครอง 5.1097%

ตลกร้ายทางตัวเลข: แม้ระบบ ก.ล.ต. จะแสดงผลว่าคุณสุภาพรยื่นแบบ 246-2 ว่าถือหุ้นใหญ่ระดับ 5-80% ในสารพัดบริษัทแถวหน้าของเมืองไทย แต่เมื่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์เข้าไปเปิดดู “สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตัวจริง” บนระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กลับ “ไม่เคยมีชื่อผู้หญิงคนนี้อยู่เลยแม้แต่บริษัทเดียว”

ปมพิรุธและจดหมายโต้กลับจาก “TRUE” และ “MAJOR”

ความผิดปกติเริ่มแดงขึ้นเมื่อวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งฝั่ง TRUE และ MAJOR ได้ทำหนังสือด่วนจี้ให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบข้อมูลการยื่นแบบ 246-2 ของนางสุภาพรทันที เนื่องจากพบข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงของบริษัทอย่างสิ้นเชิง เช่น:

หุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีอยู่จริง: ในรายงานของ TRUE ระบุว่าคุณสุภาพรได้หุ้นบุริมสิทธิมา 0.0388% ซึ่งทาง TRUE ชี้แจงชัดเจนว่า บริษัทไม่มีหุ้นบุริมสิทธิเหลืออยู่ในระบบนานแล้ว และไม่เคยขายให้บุคคลทั่วไป

ไม่ผ่านเกณฑ์ระบบความปลอดภัย (Whitelist): ทาง MAJOR ชี้แจงว่าระบบภายในไม่พบความสอดคล้องใดๆ และชื่อของสุภาพรไม่ได้อยู่ในระบบตรวจสอบการรับส่งมอบหุ้นของบริษัท

การยื่นข้อมูลดีเลย์อย่างผิดปกติ: รายการส่วนใหญ่ถูกกรอกระบุวันทำรายการย้อนหลังไปหลายปี (เช่น ย้อนหลังไปปี 2564, 2565) แต่เพิ่งจะมาทำการ “คีย์ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบออนไลน์” พร้อมๆ กันในเดือนกรกฎาคม 2569

 

 

คำชี้แจงจาก ก.ล.ต. และสรรพากร: “ระบบปกติ แต่ข้อมูลอาจไม่จริง?”

ก.ล.ต. ยืนยันว่าคนยื่น “มีตัวตนจริง”: ทางนายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. แถลงว่า บุคคลที่ชื่อ สุภาพร พิมพงษ์ ได้ลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบยื่นเอกสารออนไลน์อย่างถูกต้อง และผ่านการตรวจสอบตัวตนเทียบกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครองแล้ว แต่สิ่งที่ระบบยังสรุปไม่ได้คือ “ข้อมูลจำนวนหุ้นที่เธอกรอกลงไปนั้น เป็นความจริงหรือไม่” ปัจจุบัน ก.ล.ต. จึงสั่งปักป้ายเตือนในระบบและตั้งกรรมการสอบเชิงลึก

กรมสรรพากรแจง “ซื้อหุ้นยังไม่เกี่ยวภาษี”: แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรระบุว่า การเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือภาษีของกรณีนี้ทันทียังทำไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายระบุว่า “การซื้อหุ้น” ยังไม่ก่อให้เกิด Capital Gains Tax (ภาษีจากผลกำไร) จนกว่าจะมีการขาย และประเด็นเรื่อง “การถือหุ้นแทนบุคคลอื่น (Nominee)” เป็นหน้าที่ของ ก.ล.ต. ในการตรวจสอบโดยตรง

มุมมองและยุทธศาสตร์สังคมโดย [ณัฏฐ์ มงคลนาวิน]

นี่ไม่ใช่เรื่องขำขันของคนธรรมดาที่อยากแกล้งคีย์ข้อมูลเล่นในระบบของรัฐ แต่นี่คือ ภัยความมั่นคงทางสารสนเทศเศรษฐกิจ (Economic Data Vulnerability) ที่เราต้องตั้งคำถามในเชิงยุทธศาสตร์:

ความน่าเชื่อถือของ “ข้อมูลหลวง”: แบบ 246-2 คือคัมภีร์ที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจซื้อขายหุ้นมูลค่ามหาศาล หากระบบปล่อยให้ใครก็ได้ที่มีตัวตนจริง เข้ามา “กรอกตัวเลขอะไรก็ได้ตามใจชอบ” โดยไม่มีการลิงก์ตรวจสอบยอดหุ้นจริงกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ก่อนเผยแพร่ ตลาดทุนไทยจะเหลือความน่าเชื่อถืออะไรในสายตานักลงทุนสากล?

เจตนาเบื้องหลังคืออะไร?: เป็นไปได้ไหมว่าระบบข้อมูลนี้ กำลังถูกทดลองเจาะช่องโหว่ (Vulnerability Testing) หรือสร้างข้อมูลเท็จ (Fake Data) เพื่อผลประโยชน์ในการปั่นป่วนทิศทางราคาหุ้น หรือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทำลายความเชื่อมั่นเชิงระบบ (Systemic Sabotage)?

กลไกภาครัฐต้องเลิกทำหน้าที่เป็นเพียง “ตู้ไปรษณีย์รับฝากเอกสาร” แต่ต้องเปลี่ยนเป็น “ผู้กลั่นกรองความถูกต้องทางดิจิทัล (Digital Gatekeeper)” ยกระดับการยืนยันสิทธิในสินทรัพย์ก่อนเผยแพร่ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่งคั่งของระบบเศรษฐกิจไทยไว้ให้ได้ครับ

ล่าสุด นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึงกรณีการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ยอมรับว่ามีคำถามจากภาคตลาดทุนค่อนข้างมาก ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯมีการพูดคุยกับตัวบริษัทต่างๆ และสำนักงาน ก.ล..ต. ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สนับสนุนในการตรวจสอบหาความจริง โดยหลักการตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต.ต้องการให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเสมอและรวดเร็ว ซึ่งจากข้อมูลที่ปรากฏ มีคำถามแน่นอนว่าเป็นไปได้จริงหรือ ซึ่งได้รับทราบจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ว่าไม่ได้มีการออกหุ้นบุริมสิทธิ จึงมีคำถามว่าข้อมูลที่รายงานเข้ามาถูกต้องหรือไม่

 

 

สำหรับนางสาว สุภาพร พิมพงษ์ จะมีตัวตนจริงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของบริษัท ที่จะแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ปิดสมุดทะเบียนเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นจากโบรกเกอร์ทั้งหมด โดย ตลท.จะประสาน บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ดำเนินการ ซึ่งปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา หากมีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญผ่านการรายงานการถือครองหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 (แบบ 246-2) ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการปิดสมุดทะเบียนอัตโนมัติทุกสิ้นเดือนทันที เพื่อให้ข้อมูลในระบบตรงกับความเป็นจริงที่สุด จากเดิม การปิดสมุดทะเบียน จะดำเนินการได้ ก็ต่อเมื่อ บริษัทจดทะเบียนฯร้องขอ หรือ เกิดเหตุการณ์สงสัย หรือ อาจมีผลกระทบต่อตลาด

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายฯ และบริหารความเสี่ยงองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณี การดำเนินธุรกรรมผ่าน โบรกเกอร์ และคัสโตเดี้ยนต่างประเทศ ของนางสาวสุภาพรนั้น จะแสดงข้อมูลเพียง “ชื่อโบรกเกอร์ หรือ คัสโตเดี้ยน” แต่ไม่สามารถระบุเจ้าของหุ้นที่แท้จริงได้ พร้อมระบุว่าหน้าที่การรายงานการถือครองหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 (แบบ 246-2) เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้ถือหลักทรัพย์ หากมีการถือครองหุ้นรวมกันเกิน 5% ต้องรายงานต่อ ก.ล.ต.

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์มีหน้าที่ทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) ก่อนเปิดบัญชีซื้อขาย แต่ไม่สามารถควบคุมการซื้อขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้ทั้งหมด หากลูกค้ากระจายการเปิดบัญชีไว้หลายบริษัทหลักทรัพย์ ดังนั้นความรับผิดชอบในการรายงานข้อมูลให้ถูกต้องตามกฎหมายจึงอยู่ที่ตัวผู้ถือหลักทรัพย์เป็นสำคัญ.-526-สำนักข่าวไทย

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ดร.ยุทธพร" ชี้ความเชื่อมั่นศก.ดีขึ้น รับเสถียรภาพการเมือง หลังผลพิจารณาคดีฮั้วสว.ย้ำไร้เสี่ยงเกม “เซตซีโร่”
“เฮียหลอ” นำทีมวอลเลย์บอลเยาวชนชาย-หญิงเมืองย่าโม เข้าร่วมแข่งขันวอลเลย์บอล 2 รายการใหญ่
"เอกนัฏ" ลุยเปลี่ยน "โครงสร้างพลังงานไทย" แก้ภาระแฝงลดค่าไฟ หนุนปชช.เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า กระจายโซลาร์รูฟท็อปเข้าถึงครัวเรือน สู่แผน PDP ใหม่
เครื่องติดแล้ว!! "ทนายตั้ม" เดินหน้าลุยแหลก นัดเครือข่ายคนพิการฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ร้องขอเป็นธรรมรื้อโควตาสลากฯโดนโกง ลั่นหลักฐานพร้อมมาก!??
โคราชเปิดปฏิบัติการฟ้าสาง บุกจับแก๊งตระเวนลักมันสำปะหลัง ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 20 ราย พบ 2 ผู้ต้องหา ซ่อนตัวในห้องน้ำกลางความมืด
เส้นทางชีวิตเซียน!! "โทน บางแค" ส่งคืนทรัพย์สิน 11 รายการ บ้านที่ดิน รถยนต์ Bentley นาฬิกา-กระเป๋าแบรนด์เนม ให้ "มาดามเก่ง" แล้ว ตีมูลค่าให้ 60 ล้าน เหลือหนี้ค้างจ่ายอีกกว่า 262 ล้าน

ดู LIVE รายการ