“โน้ส อุดม” เปิดปากร้อนเงิน โดนโกงหมดตัว กลับมา “เดี่ยวไมโครโฟน” อีกรอบ ไม่วายโพล่งแซว “อดีตนายกฯลุงตู่”

"โน้ส อุดม" เปิดปากร้อนเงิน โดนโกงหมดตัว กลับมา "เดี่ยวไมโครโฟน" อีกรอบ ไม่วายโพล่งแซว "อดีตนายกฯลุงตู่"

แม้จะเป็นนักแสดงเดี่ยวไมโครโฟนที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย แต่ โน้ส อุดม แต้พานิช ยอมรับว่า ชีวิตจริงไม่ได้สวยหรูอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะต้องเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่จากการถูกลูกน้องที่ไว้ใจยักยอกทรัพย์สิน จนต้องกลับมาตั้งต้นชีวิตใหม่ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจกลับมาขึ้นเวทีแสดงเดี่ยวไมโครโฟนอีกครั้ง

ระหว่างการพูดคุยในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ โน้สตอบอย่างตรงไปตรงมา เมื่อถูกถามว่าการกลับมาครั้งนี้เป็นเพราะกำลังมีภาระทางการเงินหรือไม่ “ใช่ ผมเรียกเดี๋ยวนี้ว่า ‘ไมค์ปลดหนี้'”

คำตอบสั้น ๆ แต่สะท้อนความจริงของชีวิตในวันนี้ ซึ่งแตกต่างจากภาพที่หลายคนเคยมองว่าเขาน่าจะมีฐานะมั่นคงจากผลงานที่ประสบความสำเร็จตลอดหลายสิบปี

เปิดใจครั้งแรก ถูกลูกน้องโกงจนหมดตัว โน้สเล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตคือการถูกลูกน้องที่ทำงานใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจอย่างมาก ยักยอกทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก จนส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินอย่างหนัก

เมื่อถูกถามว่าหมดตัวจริงหรือไม่ เจ้าตัวตอบทันทีว่า “หมดเลยตอนนี้”

เขาเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว โดยผู้ก่อเหตุถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ส่วนภรรยาของผู้ก่อเหตุหลบหนีไป ขณะที่ตัวเขาเองไม่เคยไปพบอดีตลูกน้องหลังจากถูกควบคุมตัว

เมื่อพิธีกรถามว่าเป็นเพราะไม่กล้าสบตาหรือไม่ โน้สอธิบายถึงความรู้สึกที่ยังค้างอยู่ในใจ “กล้าสบตา แต่มันปวดใจพี่ มันปวดใจ เวลาเราเห็นคนที่เรารักมาก ๆ มันไม่รู้จะทำตัวยังไง ทำไม่เป็น”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่า สิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกเขามากกว่าเรื่องเงิน คือการถูกหักหลังจากคนที่เคยไว้ใจอย่างเต็มที่

รายได้จากเดี่ยวไมโครโฟนหายไปกับคนที่ไว้ใจ โน้สเปิดเผยว่า เงินจำนวนหนึ่งที่สูญหาย เป็นรายได้จากการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนที่เขาทุ่มเททำงานมาตลอดหลายสิบรอบ

“46 รอบแล้วก็ 1 ในนั้น ไอ้ที่มันเอาไปเนี่ย… ตอนนั้นถึงขั้นหมดเลย”

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยนำเรื่องนี้ออกมาพูดต่อสาธารณะ เพราะไม่ต้องการให้ชีวิตส่วนตัวกลายเป็นประเด็น แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างมาก

วัยที่ควรสบาย แต่ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ โน้สยอมรับว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ช่วงวัยนี้น่าจะเป็นช่วงที่สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายได้ แต่กลับต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

“ทุกวันนี้ยังร้อนเงินอยู่เลย ทั้งที่อายุขนาดนี้แล้ว”

ข่าวที่น่าสนใจ

เขาเล่าว่า ทรัพย์สินที่มีอยู่ต้องนำไปใช้เป็นหลักประกันเพื่อหาเงินมาหมุนเวียน “บ้านที่มีอยู่ทุกวันนี้ บ้านใหญ่ ๆ จำนองเขาหมด ก็ต้องเอาไปกู้ไง”

คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนเห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตคนดัง ซึ่งแม้จะมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังสามารถประสบปัญหาทางการเงินได้จากความผิดพลาดและการถูกคนใกล้ตัวหักหลัง

อีกบทเรียนราคาแพง ซื้อที่ดินติดน้ำ แต่สร้างไม่ได้

นอกจากเรื่องการเงิน โน้สยังเล่าถึงความผิดพลาดอีกครั้งในชีวิตที่ทำให้เสียทั้งเงินและบทเรียน นั่นคือการซื้อที่ดินริมบึงในย่านบึงกุ่ม โดยตั้งใจจะสร้างพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ

เขาเล่าว่า ตอนแรกมองเห็นแต่ข้อดีของทำเล เพราะที่ดินติดน้ำและอยู่ในกรุงเทพฯ จึงคิดว่าจะเป็นสถานที่ที่สวยงามและเหมาะกับการสร้างอาคารสำหรับจัดแสดงงาน

แต่หลังจากซื้อที่ดินเรียบร้อยแล้ว จึงพบปัญหาที่ไม่เคยศึกษาไว้ล่วงหน้า นั่นคือข้อกำหนดด้านกฎหมายการก่อสร้าง ซึ่งกำหนดให้ต้องเว้นระยะถอยร่นทั้งจากแนวถนนและแนวแหล่งน้ำ

ผลที่เกิดขึ้นคือ พื้นที่ที่สามารถก่อสร้างได้เหลือเพียงเล็กน้อย จนแทบไม่สามารถสร้างอาคารได้จริง

“สุดท้ายก็คือสร้างไม่ได้”

ระหว่างเล่าเรื่องดังกล่าว โน้สไม่ปิดบังความรู้สึก พร้อมหัวเราะให้กับความผิดพลาดของตัวเอง

“โคตรโง่เลยอ่ะ”

เขาอธิบายว่า ตอนซื้อคิดเพียงว่าต้องเว้นระยะจากถนนเหมือนที่ดินทั่วไป แต่ไม่ทราบว่าที่ดินติดแหล่งน้ำก็ต้องเว้นระยะอีกด้านหนึ่งด้วย ทำให้พื้นที่ตรงกลางเหลือน้อยจนแทบไม่มีประโยชน์

ถึงขั้นนำมาเปรียบเปรยอย่างขำขันว่า หากสร้างบ้านจริง คงเป็นบ้านที่ “เปิดประตูเข้ามาก็ถึงหลังบ้านแล้ว”

ยอมรับผิดพลาด เพราะไม่มีประสบการณ์ แม้จะประสบความสำเร็จในการทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์ แต่โน้สยอมรับว่า เรื่องการลงทุนและอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองเชี่ยวชาญ “ผมว่าฉลาด แต่เรื่องโง่ ๆ ผมจะจำได้”

ก่อนจะสรุปบทเรียนครั้งสำคัญของตัวเองว่า “ก็เป็นความผิดพลาด… เราไม่มีประสบการณ์”

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ “โน้ส อุดม” เล่าถึงการได้พบและพูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นคนอารมณ์ดี เข้าถึงง่าย เล่นดนตรีได้หลายอย่าง แต่ก็ไม่วายโพล่งปาก แซวเปรียบเทียบว่า หากเป็นอดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ คงเข้าถึงได้ยากกว่า รวมถึงยังวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเศรษฐกิจ โดยหยิบคำสัญญาของรัฐบาลที่ว่าจะ “ทำให้ทุกคนรวย” มาแซวว่า “รออยู่เลย รวยกี่โมง?” พร้อมเล่นมุกว่า “รวยไม่ไหวแล้ว ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ตรงไหน”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ดร.ยุทธพร" ชี้ความเชื่อมั่นศก.ดีขึ้น รับเสถียรภาพการเมือง หลังผลพิจารณาคดีฮั้วสว.ย้ำไร้เสี่ยงเกม “เซตซีโร่”
“เฮียหลอ” นำทีมวอลเลย์บอลเยาวชนชาย-หญิงเมืองย่าโม เข้าร่วมแข่งขันวอลเลย์บอล 2 รายการใหญ่
"เอกนัฏ" ลุยเปลี่ยน "โครงสร้างพลังงานไทย" แก้ภาระแฝงลดค่าไฟ หนุนปชช.เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า กระจายโซลาร์รูฟท็อปเข้าถึงครัวเรือน สู่แผน PDP ใหม่
เครื่องติดแล้ว!! "ทนายตั้ม" เดินหน้าลุยแหลก นัดเครือข่ายคนพิการฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ร้องขอเป็นธรรมรื้อโควตาสลากฯโดนโกง ลั่นหลักฐานพร้อมมาก!??
โคราชเปิดปฏิบัติการฟ้าสาง บุกจับแก๊งตระเวนลักมันสำปะหลัง ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 20 ราย พบ 2 ผู้ต้องหา ซ่อนตัวในห้องน้ำกลางความมืด
เส้นทางชีวิตเซียน!! "โทน บางแค" ส่งคืนทรัพย์สิน 11 รายการ บ้านที่ดิน รถยนต์ Bentley นาฬิกา-กระเป๋าแบรนด์เนม ให้ "มาดามเก่ง" แล้ว ตีมูลค่าให้ 60 ล้าน เหลือหนี้ค้างจ่ายอีกกว่า 262 ล้าน

ดู LIVE รายการ