ลูกหว้าเป็นผลไม้บ้านๆที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแอนโธไซยานิน(Anthocyanin) กรดเอลลาจิก กรดเฟอรูลิก ลูกหว้ามีประโยชน์หลายด้าน เช่น ช่วยเรื่องศาสตร์ชะลอวัย ช่วยเรื่องผิวพรรณ บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคเส้นเลือดอุดตันในสมอง ต้าน อนุมูนอิสระ ที่เป็นต้นเหตุเกิดมะเร็ง ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและย่อยอาหาร บรรเทาอาการหอบหืด รวมถึงมีสรรพคุณทางยาในการลดเบาหวาน แก้บิด ท้องร่วง และช่วยบำรุงกระดูกและฟัน แม้ไวน์ลูกหว้าจะมีประโยชน์ แต่ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ จะรับประโยชน์มากกว่าการให้โทษ เพราะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โดยทางกลุ่ม ได้นำเอาลูกหว้าที่ดูไร้มูลค่าล่วงหล่นตามพื้นดินมาสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการนำมาผลิตไวน์แดง ในชื่อ ” DE RUNNING 196 “ ผ่านขบวนการวิเคราะห์คุณภาพจากกรมสรรพสามิต ถูกต้องตามกฎหมายสามารถจำหน่ายได้ทั้งปลีกและส่ง ผ่านการรับรองจากอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร (มีเอกสารรับรอง มผช.) โดยมี 3 รสชาติ
1.สีแดง เป็นไวน์แดง ที่มีรสชาติความฝาดสูงเพราะมีเทนนิล จากลูกหว้า ที่เป็นอัตลักษณ์
2.สีทอง เป็นไวน์แดง ที่มีรสชาติความฝาดปานกลาง
3.สีดำเป็นไวน์ คลาสสิก ที่ใช้ลูกหว้าที่มีความสุกร้อยเปอร์เซ็นต์จึงมี ความหวานจาก ฟลุ๊คโต๊ด ของผลไม้ เพิ่มขึ้นจะมีความฝาดลดลงจะมีหวาน เพิ่มขึ้น

ทั้ง 3 รสชาติ บรรจุในขวดขนาด 750 ซีซี มีแอลกอฮอล์ 10 % ใช้เวลาในการบ่มที่ผ่านมา ถึง 3 ปี (ปกติการผลิตนั้นเริ่มบรรจุจำหน่ายได้ตั้งแต่มีการบ่มแล้ว 6 เดือนขึ้นไป)
ซึ่งสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร มีนโยบายสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลไม้ไทย ให้นำผลไม้พื้นถิ่นมาทำเป็นไวน์ ที่ ขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาได้ นำผลิตภัณฑ์ของ ไวน์ลูกหว้า เข้าประกวดในโครงการ “หนึ่งสรรพสามิต หนึ่งแชมป์เปียน” ผลก็คือไวน์ลูกหว้าได้เป็นตัวแทนของภาคเหนือ เพื่อเข้าแข่งขันในระดับกรม




