BBC และ AFP รายงานว่ากลุ่มผุ้ประท้วงหลายร้อยคนได้ไปรวมตัวกันที่หน้าสถานทูตอิหร่านประจำกรุงลอนดอนเมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 10 มค.) เพื่อแสดงพลังสนับสนุนการประท้วงในอิหร่านซึ่งปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 จากนั้นหนึ่งในผู้ประท้วงซึ่งเป็นชายได้ปีนขึ้นไปบนระเบียงสถานทูต ก่อนที่จะกระชากธงชาติอิหร่านออกจากเสาและฉีกทำลาย จากนั้นก็นำเอาธงชาติเก่าของอิหร่านในยุคก่อนปฏิวัติอิสลาม ซึ่งมีรูปสิงโตและดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางขึ้นไปแขวนแทน ท่ามกลางการเสียงโห่ร้องและตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาลอิหร่านจากด้านล่าง
หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวว่าเธอมาร่วมชุมนุมเพื่อสนับสนุนชาวอิหร่านที่ลุกฮือขึ้นประท้วงรัฐบาล และว่าเธอยังมีญาติพี่น้องอยู่ในอิหร่านแต่ตอนนี้อินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดทำให้ไม่สามารถติดต่อครอบครัวในอิหร่านได้ พร้อมประณามรัฐบาลอิหร่านที่ใช้ความรุนแรงกวาดล้างผู้ประท้วง พร้อมแสดงความหวังว่ารัฐบาลจะถูกโค่นล้ม เพื่อที่เธอจะสามารถกลับบ้านเกิดได้
หลังได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจอังกฤษได้ส่งมาคุ้มกันสถานทูตอิหร่านเพื่อปัองกันเหตุไม่สงบ และได้นำเอาธงชาติเก่าซึ่งใช้ในยุคพระเจ้าชาห์ลง
ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านบางส่วนซึ่งชุมนุมในเขตเคนซิงตัน ของกรุงลอนดอนได้ชูรูปภาพของเจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี พระโอรสของโมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี กษัตริย์องค์สุดท้ายของอิหร่านที่ถูกโค่นล้มในปี 2522 เมื่อการปฏิวัติล้มล้างระบอบกษัตริย์ของอิหร่าน โดยผู้ประท้วงจำนวนมากในอิหร่านได้เรียกร้องให้เจ้าชายเรซาซึ่งขณะนี้ลี้ภัยไปอยู่ที่สหรัฐให้กลับคืนสู่อิหร่าน รวมทั้งฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ในอิหร่าน
กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 65 คน และถูกจับกุมมากกว่า 2,300 คน
สัปดาห์ที่แล้ว เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ พร้อมด้วยผู้นำของเยอรมนีและฝรั่งเศสได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความวิตกเกี่ยวกับเหตุรุนแรงและการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอิหร่าน
การประท้วงซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 13 เกิดขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี และนำไปสู่การเรียกร้องให้ยุติการปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลาม และฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ขึ้นมาใหม่

