AFP และ AP รายงานว่าคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในวันนี้ (ศุกร์ที่ 9 มค.) ซึ่งมีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ โดยคาเมเนอีเรียกกลุ่มผู้ประท้วงว่าเป็น “พวกทำลายล้าง” และ “พวกก่อวินาศกรรม” พร้อมประกาศว่าเขาจะไม่ยอมแพ้กับการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ เป็นการส่งสัญญานว่าอิหร่านอาจจะตัดสินใจใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง ท่ามกลางเสียงเตือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะโจมตีอิหร่านหากอิหร่านสังหารผู้ประท้วง
การกล่าวปราศรัยของคาเมเนอีถือเป็นแสดงความคิดเห็นครั้งแรกเกี่ยวกับการประท้วงที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลมาจากความไม่พอใจต่อค่าครองชีพที่พุ่งสูง และได้ขยายครอบคลุมไปเกือบทุกจังหวัดของอิหร่าน ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามในรอบ 47 ปี
คาเมเนอีได้กล่าวประณามกลุ่มผู้ประท้วงว่าเป็นพวกป่าเถื่อนที่เผาบ้านเรือนของตัวเองเพื่อเอาใจผู้นำสหรัฐ และว่าสาธารณรัฐอิสลามสร้างมาด้วยเลือดประชาชนผุ้สละชีวิตหลายแสนคน และเขาจะไม่ยอมถอยให้ผุ้ประท้วงอย่างเด็ดขาด
พร้อมกันนี้คาเมเนอีก็เรียกทรัมป์ว่าเป็นผู้นำสหรัฐที่ “ยะโสโอหัง” พร้อมทำนายว่าเขาจะต้องถูกโค่นอำนาจเหมือนกับราชวงศ์ชาห์ของอิหร่านที่ถูกโค่นจากการปฏิวัติในปี 2522
ขณะที่ทรัมป์กล่าวมากล่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา (พฤหัสที่ 8 มค.) ว่า “ความกระตือรือร้นที่จะโค่นล้มระบอบของอิหร่านนั้นมากมายเหลือเชื่อมาก” และย้ำเตือนอีกครั้งว่าหากอิหร่านตอบโต้ด้วยการสังหารผู้ประท้วง สหรัฐจะโจมตีอย่างรุนแรง”

