สำนักข่าวฟาร์ส นิวส์ สื่ออิหร่านรายงานว่าพลเอก อามีร์ ฮาตามี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่านออกมาเตือนในวันนี้ (พุธที่j 7 มค.) ว่า อิหร่านจะไม่ยอมนิ่งเฉยและปล่อยให้ตนเองถูกคุกคามจากมหาอำนาจภายนอกฝ่ายเดียว หลังจากก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผุ้นำสหรัฐออกมาขู่ว่าจะใช้ปฎิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านหากมีรายงานผู้ประท้วงถูกสังหาร ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลก็แสดงความสนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน
ฮาตามี กล่าวว่าอิหร่านถือว่าการเพิ่มระดับของถ้อยคำที่เป็นแสดงความเป็นปรปักษ์ต่ออิหร่านเป็นภัยคุกคาม และจะไม่ยอมให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่ตอบโต้
ล่าสุด กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 คนในช่วง 10 วันที่ผ่านมาของการประท้วงทั่วอิหร่าน โดย 34 คนเป็นผู้ชุมนุมประท้วง และ 2 คนเกี่ยวข้องกับกองกำลังรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 60 คน และถูกจับกุม 2,076 คน ระหว่างการจลาจล ซึ่งมีสาเหตุมาจากวิกฤตเศรษฐกิจและขณะที่ได้ลุกลามไปยัง 27 จาก 31 จังหวัดแล้ว
ขณะที่สภากลาโหมของอิหร่านซึ่งเป็นหน่วยงานที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ออกมาเตือนเมื่อวานนี้ว่าอิหร่านอาจเปิดปฏิบัติการตอบโต้ก่อน หากมีสัญญานแน่ชัดถึงภัยคุกคาม สะท้อนถึงท่าทีที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ถึงเหตุปะทะทางทหาร ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล
สภากลาโหมอิหร่านชี้ว่าข้อกล่าวหาและคำพูดแทรกแซงที่มุ่งเป้ามายังอิหร่านถือเป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์หากท่าทีเหล่านี้มีการยกระดับมากกว่าคำพูด

