บ่ายนี้รู้เรื่อง! “บิ๊กโจ๊ก” ลุ้นคำพิพากษา “ศาลปกครองสูงสุด” ร้องอุทธรณ์คำสั่งสตช. ให้ออกราชการไม่ชอบด้วยกม.

"บิ๊กโจ๊ก" อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลุ้นคำพิพากษา "ศาลปกครองสูงสุด" ร้องอุทธรณ์คำสั่งสตช.ให้ออกราชการไม่ชอบด้วยกม.

บ่ายนี้รู้เรื่อง! “บิ๊กโจ๊ก” ลุ้นคำพิพากษา “ศาลปกครองสูงสุด” ร้องอุทธรณ์คำสั่งสตช. ให้ออกราชการไม่ชอบด้วยกม. – Top News รายงาน

 

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.), นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 กรณีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

คดีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อว่า เดิมผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 ให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อน กรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน

กรณีมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ชื่อ BNK MASTER จนถูกดำเนินคดีอาญาและถูกศาลอาญาออกหมายจับ ในความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2ได้มีหนังสือ ที่ ตช 0083(อธ)/933 วันที่ 5 สิงหาคม 2567 เรื่อง แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เรื่องดำที่ อธ. 100/2567 เรื่องแดงที่ อธ. 33/2567 โดยมีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์และยกคำขอวิธีการชั่วคราวฯ

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

โดยองค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด จะอ่านคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดี 1 ชั้น 3 อาคารศาลปกครองสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยพบว่าศาลปกครองสูงสุดได้ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนในการคุมเข้มการเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อมวลชน โดยให้สื่อมวลชนทำการแลกบัตรเพื่อเข้าอาคารศาลปกครองสูงสุด และจะมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์พาไปที่ห้องรับรองสื่อมวลชนจากนั้น เจ้าหน้าที่จะพาไปที่ห้องพิจารณาคดี 1 ชั้น 3 ในเวลา 13.15 น. และสื่อมวลชนที่เข้ารับฟังการอ่านคำพิากษาให้ฝากโทรศัพท์มือถือไว้ที่ห้องเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี หลังจากอ่านคำพิพากษาเสร็จจะมี Press Release แจก และมีการเตรียมสถานที่สำหรับให้สื่อมวลชน สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องจากทั้งสองฝ่ายคือผู้ฟ้องกับผู้ถูกฟ้องเป็นการเฉพาะ ทั้งคาดว่าไม่เกิน 15.00 น. น่าจะเสร็จสิ้น

 

บิ๊กโจ๊ก

 

 

สำหรับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก่อนหน้านี้ ถูก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ จากนั้นก็มีการสู้คดีกันเรื่อยมา จนต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งให้ออกจากราชการ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ เพื่อแย้งว่าคำสั่งให้ออกจากราชการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) มีมติ 6 ต่อ 0 ว่า การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 159/2568 ลงวันที่ 11 มี.ค.2568 เรื่องลงโทษข้าราชการตำรวจออกจากราชการ 5 ราย ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รวมอยู่ด้วย เนื่องจากมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บ พนันออนไลน์ BNKMASTER และถูกดำเนินคดีอาญา ตามคดีอาญาที่ 391/2566 ของ สน.เตาปูน พร้อมทั้งถูกศาลอาญาออกหมายจับในความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ม.112 (6)(9) ประกอบม.111 (1) (2) (15) และ (16) นั้น

 

 

 

ทางคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ใช้ดุลพินิจเหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการประชุมดังกล่าว มี ก.พ.ค.ตร. 6 คนเข้าประชุม ขาดเพียงพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ได้ถอนตัวไปตั้งแต่แรก เนื่องจากเคยเป็นคู่ขัดแย้งกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์

ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่การเร่งกระบวนการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแข่งกับการพิจารณาของศาลปกครอง แต่เป็นไปตามขั้นตอนข้อเท็จจริงของคดีที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษตั้งแต่ต้น

ส่วนกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อาจกลับมารับราชการตำรวจได้อีกครั้งหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้แจง ว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ต่อมา บิ๊กโจ๊ก ได้อุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ โดยเห็นว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลตามกฎหมายแล้ว และถูกนำไปฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดอีกคดีหนึ่ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ดังนั้นคำพิพากษาที่จะอ่านในวันที่ 9 มกราคมนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาในทางใด ก็ยังไม่ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก กลับเข้ารับราชการตำรวจได้ทันที เนื่องจากยังต้องรอผลการพิจารณาในคดี คำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจ ซึ่งเป็นอีกกระบวนการหนึ่งตามกฎหมาย

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ผบก.โคราช นำทีมบุกทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ ยึดกว่า 5 แสนมวน เสียหายรัฐกว่า 25 ล้านบาท
เพชรบุรีจัดใหญ่! วันเด็กแห่งชาติ 2569 ผู้ว่าฯ นำทีมมอบความสุข แจกจักรยาน-ของรางวัลเพียบ
เมืองมุกคึกคัก! จัดกิจกรรมการแสดงและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP งานกาชาดและงานของดี จังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569
อดีต สส.ชลบุรี ร่วมงานวันกตัญญู–กตเวทิตา คุณแม่วิเวียน จันทร์น้อย ครบรอบ 80 ปี พร้อมพิธีขึ้นบ้านใหม่
“โอฬาร” วิเคราะห์ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ "พรรคภูมิใจไทย" ไม่เอาประชานิยม เน้นวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาว
สระแก้ว แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.กกล.บูรพา ส่งมอบของขวัญวันเด็กผ่านหน่วยในพื้นที่

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​